posttoday
ขายดีจนเจ๊ง

ขายดีจนเจ๊ง

05 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...พัชร สมะลาภา

โดย...พัชร สมะลาภา

ขายดีจนเจ๊ง ฟังคำนี้แล้ว หลายๆ คนคงคิดว่า มันเป็นเรื่องที่เป็นไม่ได้ ขายดีแล้วจะเจ๊งได้อย่างไร แต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงกับผู้ประกอบการจำนวนมาก ใครจะไปคิดว่าคนที่ขายของได้ ขายดีเทน้ำเทท่า สุดท้ายไม่รู้เงินหายไปไหนหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงได้ครับ ทั้งผู้ประกอบการหน้าใหม่และหน้าเก่าก็มีโอกาสพบกับเรื่องแบบนี้ หากเราไม่รู้จักบริหารจัดการรายได้ที่เข้ามาอย่างเป็นระบบ

มีผู้ประกอบการรายหนึ่งจะเล่าให้ฟังครับ คุณนิกกี้ เป็นเด็กสาววัย 25 ปี ที่ได้ทำธุรกิจในสิ่งที่ตนเองรัก พอเรียนจบก็ไม่อยากทำงานเป็นลูกจ้างที่ไหน อยากทำธุรกิจเป็นของตนเอง จึงแอบเอาเงินที่พ่อให้เพื่อไปซื้อรถ เอามาลงทุนในธุรกิจโดยที่พ่อไม่รู้ ธุรกิจที่ว่านี้ก็คือ Studio Faminco ผลิตและจำหน่ายตุ๊กตา สมุดโน้ต พวงกุญแจ ที่มีรูปแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และมีเทคนิคตัดเย็บที่ประณีต ด้วยความที่คุณนิกกี้มีความสามารถในการออกแบบ จึงทำให้สินค้าของเธอแตกต่างจากคนอื่น สิ่งนี้แหละครับที่ทำให้สินค้าของเธอขายดีเป็นเทน้ำเทท่า

แต่ด้วยความเป็นเด็กและไม่มีความรู้ในการบริหารธุรกิจ เมื่อสินค้าขายได้ก็ดีใจมาก แต่บริหารจัดการไม่เป็น จึงทำให้ใช้เงินไปแบบสูญเปล่าจำนวนมาก และใช้เงินแก้ปัญหา จนทำให้เจ๊ง ต้องระงับออร์เดอร์ที่เข้ามาอีกจำนวนมาก เพื่อจัดการหลังบ้าน ฟังดูแล้วก็ไม่น่าเชื่อแต่มันก็เกิดขึ้นแล้ว ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ครับ คุณนิกกี้ก็ทำเช่นนั้นเมื่อแก้ปัญหาและวางรากฐานที่ดี พอเริ่มสตาร์ทใหม่ก็ไปได้ไกลเลยครับ

ลูกค้า SME ที่ต้องเจอกับเหตุการณ์นี้มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ลองดูกันว่าสาเหตุของการขายดีจนเจ๊ง เกิดจากอะไร

1.ไม่รู้ต้นทุนสินค้า สาเหตุนี้เป็นสาเหตุใหญ่เลยครับ เพราะถ้าเราไม่รู้ต้นทุนที่จริงของสินค้า เราก็จะไม่มีทางรู้ว่าราคาสินค้าที่เราตั้งไว้จะสร้างกำไรต่อหน่วยให้แก่เราเท่าไหร่ และจะมีกำไรมากพอที่จะจ่ายค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอีกหรือไม่ แม้ว่าเราจะขายดีเท่าไหร่ แต่หากเรามีต้นทุนที่สูง โอกาสเจ๊งก็มีสูงเช่นกัน

2.ไม่มีการทำบัญชีรายรับรายจ่าย ผู้ประกอบการขนาดเล็กโดยส่วนใหญ่มักจะละเลยเรื่องนี้ บางท่านไม่มีความรู้ด้านบัญชี บางท่านไม่มีเวลาทำเพราะขายดีมาก จึงคิดว่าไม่เป็นไรไว้ทำทีหลัง แต่รู้ไหมครับว่า ถ้าเราไม่ทำบัญชีรายรับรายจ่ายไว้ เราก็จะไม่รู้กระแสเงินสดของตนเอง สุดท้ายรายจ่ายอาจจะมากกว่ารายรับโดยที่เราไม่รู้ตัว

3.ไม่มีการจัดสรรเงินที่ได้มา เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สะท้อนการทำธุรกิจแบบไม่เป็นระบบ เพราะไม่มีการวางแผนและการจัดสรรรายรับกับรายจ่ายของบริษัท อยากจ่ายอยากซื้ออะไรก็ทำตามใจ ไม่บริหารจัดการให้เป็นส่วนๆ เช่น ค่าใช้จ่ายวัตถุดิบกี่เปอร์เซ็นต์, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกี่เปอร์เซ็นต์ เงินสดสำรองฉุกเฉินกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น

4.ไม่ดูแลสต๊อกสินค้า ทำให้เกิดต้นทุนจม อีกเรื่องที่มักเป็นปัญหาสำหรับ SME พอขายดีก็สั่งสินค้าหรือผลิตสินค้าเข้าคลังสินค้าจำนวนมาก สุดท้ายเมื่อมีสต๊อกสินค้ามากเกินไป นอกจากเงินจมแล้ว ถ้าสินค้าเสียหายก็จะกลายเป็นเงินที่สูญเปล่าไป

หลายคนคงคิดว่าขอให้ขายดีก่อนเถอะ จะเจ๊งไม่เจ๊งค่อยว่ากันทีหลัง ซึ่งมันอาจจะไม่ทันการนะครับ นอกจากจะเสียแรงที่ลงไปฟรีๆ แล้ว ยังต้องเสียเงินที่เป็นรายได้อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ