
ทูตแนะไทย-จีนควรร่วมมือด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
ทูตจีนชี้ ไทย-จีนควรมีความร่วมมือกันในด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สินค้าเกษตร บริการ และลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อดันยอดการค้า การลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มขึ้น
ทูตจีนชี้ ไทย-จีนควรมีความร่วมมือกันในด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ สินค้าเกษตร บริการ และลดอุปสรรคทางการค้า เพื่อดันยอดการค้า การลงทุนระหว่างกันให้เพิ่มขึ้น
นายหนิง ฟู้ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนาเรื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ว่า ความร่วมมือในอนาคตสำหรับไทย-จีน ควรจะมีความร่วมมือกันใน 4 เรื่องได้แก่ ความร่วมมือในเรื่องการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ความร่ววมมือด้านการเกษตร ความร่วมมือในอุตสาหกรรมบริการ และความร่วมมือแก้ปัญหาอุปสรรคทางการค้าการลงทุน
ทั้งนี้ ในความร่วมมือด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เพื่อก่อให้เกิดการพัฒนาในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมโยงไทย- จีนเข้าด้วยกัน นำมาซึ่งการแลกเปลี่ยนทางด้านการค้า การลงทุน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาจีนได้ลงนามความร่วมมือในการพัฒนาระบบรถไฟ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของไทย และเป็นประโยชน์ต่อจีนในการเชื่อมโยงกับอาเซียน โดยเส้นทางดังกล่าวจะกลายเป็นเส้นทางใหม่สำหรับการส่งออกและการท่องเที่ยว รวมถึงความร่วมมือการพัฒนาทางด้านท่าเรือ ทางหลวง และโทรคมนาคม
ขณะที่ความร่วมมือด้านการเกษตร ไทยได้เปรียบในเรื่องทรัพยากรและเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตร ส่วนจีนเป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรอันดับ 1 ของไทย โดยเฉพาะในสินค้ามันสำปะหลังและยางพารา ซึ่งบริษัทจีนยินดีจะปฏิบัติและดำเนินการตามความต้องการของตลาดไทย ขณะเดียวกันจีนต้องการการสนับสนุนบริษัทจีนให้เป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรไทย รวมถึงการร่วมลงทุนแปรรูปสินค้าเกษตรไทยในเมืองไทย เพื่อเพิ่มมูลค่า และยกระดับโครงสร้างการผลิต และการค้าของไทยและจีน
ด้านความร่วมมือในอุตสาหกรรมบริการ โดยเฉพาะการบริการทางการเงิน และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจีนมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยไทยและจีนได้ร่วมมือกันลงนามเรื่องการใช้เงินหยวนชำระหนี้ในประเทศไทย เป็นต้น จึงต้องการความร่วมมือในลักษณะนี้ให้เกิดเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ความร่วมมือด้านการลดอุปสรรคทางการค้า การลงทุน ระหว่างจีน-ไทย เนื่องจากบริษัทจีนได้เผชิญปัญหาในการทำการค้า เช่น ปัญด้านการขออนุญาตทำงานในไทย หรือปัญหาเรื่องสินค้าเหล็กจากจีนกำลังถูกตรวจสอบการทุ่มตลาดในไทย เป็นต้น จึงต้องการให้ทั้งภาครัฐและเอกชนมีการแลกเปลี่ยนกัน เพื่อลดอุปสรรคต่างๆ
สำหรับการท่องเที่ยวจากจีนมาไทยในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยจำนวน 4.6 แสนคน ส่วนปี 2558 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยไม่ต่ำกว่า 5 ล้านคน ทำให้จีนจะเป็นนักท่องเที่ยวอันดับ 1 ของไทยต่อเนื่อง ส่วนด้านการศึกษามีนักศึกษาจากจีนมาเรียนในไทยประมาณ 2 หมื่นคน คิดเป็น 50% ของนักศึกษาต่างชาติในไทย ส่วนนักศึกษาไทยก็ไปเรียนในจีนประมาณ 2 หมื่นคน
นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอมตะคอร์ปอเรชั่น และรองประธานสภาธุรกิจไทย-จีน กล่าวว่า ยอดการค้าอาเซียน-จีน ในปี 2557 มีมูลค่า 4.6 แสนลัานเหรียญสหรัฐ ซึ่งในปี 2563 ตั้งเป้าหมายจะผลักดันยอดการค้าให้สูงขึ้น เป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี เพราะการซื้อขายสินค้าจะมีความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี







