posttoday
กางแผนเมืองคู่แฝด แม่สอด-เมียวดี

กางแผนเมืองคู่แฝด แม่สอด-เมียวดี

04 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

“แม่สอด-เมียวดี” โมเดล คือรูปแบบการพัฒนาชายแดนเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องของทั้งภาครัฐและเอกชน ในการสร้างความร่วมมือส่งเสริมการค้า การลงทุน โดยในอนาคตจะมีการนำรูปแบบความร่วมมือดังกล่าวไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆ

สมศักดิ์ คะวีรัตน์ ประธานกรรมการหอการค้าจังหวัดตาก กล่าวว่า แม่สอด-เมียวดี โมเดล เป็นแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ทั้งในระดับรัฐบาลและระดับภาคเอกชน โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการค้าชายแดน การค้าผ่านแดน การเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ร่วมกัน การเป็นศูนย์กลางการค้าปลีก ค้าส่ง และการบริการ และส่งเสริมให้เป็นพื้นที่ศูนย์รวบรวมแปรรูปสินค้าเกษตรชายแดน

ทั้งนี้ ในส่วนของด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ จำเป็นต้องส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ ด่านชายแดน สนามบิน และเส้นทางคมนาคม สนับสนุนการลงนามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เพื่อใช้ประโยชน์จากการขนส่งข้ามแดน (สิทธิในการเดินรถ/การตรวจร่วม) การจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกเบ็ดเสร็จ เพื่ออำนวยความสะดวกและลดต้นทุน และการเร่งรัดการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ให้ทันตามเป้าหมายปี 2561 รวมถึงการจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑ์บน

ในด้านการขนส่งภาคเอกชนมีแนวคิดต้องการให้เกิดการพัฒนาร่วมกันเหมือนกับกรณีของมาเลเซียและสิงคโปร์ในเขตอิสกันดาร์ ซึ่งปัจจุบันทั้งไทยและพม่าต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการขนส่งสินค้าผ่านแดน ซึ่งส่วนหนึ่งทางพม่าได้ดำเนินการไปแล้ว ขณะที่ประเทศไทยยังไม่มีความคืบหน้า

ด้านสินค้าเกษตรทางพม่าต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจเกษตร ทั้งการลงทุนปลูกพืช และการตั้งโรงงานแปรรูปสินค้าเกษตร โดยได้เชิญภาคเอกชนไทยเข้าไปดูพื้นที่เพาะปลูกในกลุ่มพืชสวน พืชไร่ ข้าว ไม้ดอก เช่น กล้วยไม้ และไม้เมืองหนาว รวมถึงในธุรกิจประมง เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา เป็นต้น ซึ่งพม่าเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูงในการเพาะปลูก โดยปัจจุบันมีนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาพัฒนาพันธุ์ข้าว ส่งเสริมการปลูกข้าวออร์แกนิก และข้าวหอมมะลิแล้ว

ขณะเดียวกันในธุรกิจแปรรูปเกษตร ไทยสามารถนำเข้าวัตถุดิบด้านการเกษตรจากประเทศพม่าเข้ามาแปรรูปในประเทศไทยได้ โดยไทยมีเทคโนโลยี มีองค์ความรู้ ขณะที่พม่ามีวัตถุดิบมากมาย โดยเฉพาะในพื้นที่มะละแหม่งและผาอัน ซึ่งหากมีการลงทุนร่วมกันแล้วจะทำให้แม่สอด-เมียวดี กลายเป็นศูนย์รวบรวมสินค้าเกษตรชายแดน

ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวและการบริการ มีการส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน เช่น การจัดคาราวานจักรยาน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเส้นทางจักรยานเมียวดี-มุกดาหาร  รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อื่นๆ ซึ่งปัจจุบันทางพม่าได้ปรับปรุงการบริการด้านการท่องเที่ยวให้ดีขึ้นมาก โดยเฉพาะรถบัสที่พัฒนาดีขึ้นมาก ขณะที่วีซ่าการเดินทางก็อำนวยความสะดวกมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถขอวีซ่าโดยออกจากแม่สอดเข้าเมียวดี และไปกลับเมืองไทยจากย่างกุ้งหรือมัณฑะเลย์ก็ได้

อย่างไรก็ตาม ทางพม่ายังไม่อนุญาตให้นำรถจากประเทศไทยเข้าไปฝั่งพม่าได้ นักท่องเที่ยวจึงต้องออกจากไทยแล้วเข้าไปใช้รถของทางพม่า ซึ่งในอนาคตอาจจะมีการผ่อนปรนให้

“โมเดลแม่สอด-เมียวดี หากจะนำไปพัฒนาใช้กับพื้นที่อื่น ก็จำเป็นต้องดูด้วยว่าเข้ากับพื้นที่อื่นๆ หรือไม่ เพราะแต่ละพื้นที่ก็เหมาะกับการส่งเสริมที่แตกต่างกันไป” สมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าแนวทางสร้างเมืองคู่แฝดนี้ จะเป็นตัวส่งเสริมการค้า การลงทุนที่ดีระหว่างกันได้มากที่สุด โดยทั้งสองประเทศจะได้ประโยชน์ร่วมกัน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ