posttoday
ฟิลลิปมองน้ำมันดีดสั้นชูหุ้นสหรัฐ-ญี่ปุ่น

ฟิลลิปมองน้ำมันดีดสั้นชูหุ้นสหรัฐ-ญี่ปุ่น

04 กุมภาพันธ์ 2558

บล.ฟิลลิป มองราคาน้ำมันดีดแรงช่วงสั้นรับแท่นขุดเจาะปิดตัวกว่า 24% ชูหุ้นสหรัฐ-ญี่ปุ่นแจ๋ว

บล.ฟิลลิป มองราคาน้ำมันดีดแรงช่วงสั้นรับแท่นขุดเจาะปิดตัวกว่า 24% ชูหุ้นสหรัฐ-ญี่ปุ่นแจ๋ว

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัทยังไม่แนะนำให้ลงทุนในกองทุนน้ำมันจนกว่าราคาจะปรับตัวขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากมองว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นมาในช่วงนี้น่าจะขึ้นช่วงสั้น หลังจากนักลงทุนกลับเข้ามาเก็งกำไร หลังจากปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐลดลง

“สัปดาห์ที่ผ่านมามีการปิดแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐกว่า 94 แห่ง หรือกว่า 7% โดยแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบทั้งหมดปรับลดลงแล้วกว่า 24% ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากกลับเข้ามาเก็งกำไรในระยะสั้น หนุนให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่เรามองว่าน้ำมันในตลาดตอนนี้ยังมีปริมาณล้นตลาด” นายสานุพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ แนวโน้มการผลิตน้ำมันดิบของโอเปกในเดือน ม.ค.ยังปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นในเดือน ก.พ.นี้ราคาน้ำมันจะค่อนข้างผันผวนตามปริมาณน้ำมันและการเก็งกำไร จึงแนะนำให้พักการลงทุนในกองทุนน้ำมันออกไป

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า สำหรับราคาทองคำในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับพุ่งขึ้น หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา และสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน ขณะที่กองทุน SPDR Gold Trust ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟทองรายใหญ่ที่สุดในโลก ซื้อทองคำสุทธิในเดือน ม.ค. ประมาณ 50 ตัน จากทั้งปีที่ผ่านมาลดถือครองลง 95 ตัน จึงมองราคาทองมีแนวโน้มผันผวนในระยะสั้น จึงแนะนำให้ระมัดระวังการลงทุน

“คาดว่าราคาทองคำในช่วงนี้ยังคงผันผวนแคบๆ เนื่องจากนักลงทุนรอตัวเลขอัตราการว่างงานและตัวเลขการจ้างงานภายนอกภาคเกษตร” นายสานุพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าในช่วงนี้เป็นโอกาสลงทุนในกองทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐและญี่ปุ่น เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีแนวโน้มที่ดี แม้ล่าสุดจีดีพีไตรมาส 4
ปี 2557 ของสหรัฐ ขยายตัว 2.6% ซึ่งต่ำกว่าการขยายตัว 5% ในไตรมาส 3 และยังต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ แต่ระยะยาวยังมีแนวโน้มที่ดี

สำหรับภาคการผลิตของญี่ปุ่นยังเพิ่มสูงขึ้นในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และดัชนีราคาผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงอัตราการจ้างงานก็เพิ่มมากขึ้นสูงสุดในรอบ 20 ปี ส่วนยุโรปมองว่ายังมีความเสี่ยงจึงต้องลงทุนระยะยาว

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ปัจจัยภายนอกประเทศเริ่มลดลง หลังจากธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง (คิวอี) เพิ่มเติมจำนวน 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ซึ่งคงต้องรอดูในเดือน มี.ค. ว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไร โดยปัจจัยที่กดดันตลาดในช่วงนี้ คือ ความไม่แน่นอนในภูมิภาคยุโรปที่รัฐบาลใหม่ของกรีซมีแนวโน้มในการขอเจรจาลดหนี้กับอีซีบีที่คาดว่ายังต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ จึงแนะนำให้จับตาประเด็นสำคัญนี้ต่อเนื่อง

“สัปดาห์นี้เรายังมองตลาดหุ้นไทยน่าสนใจ โดยดัชนีมีแนวรับที่ 1,560 จุด แนวต้าน 1,600 จุด และ 1,620 จุด ซึ่งน่าจะมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่องทางบวกจากกระแสเงินที่จะเข้ามาในเดือนนี้ โดยนักลงทุนจะเน้นหุ้นรายตัวที่มีแนวโน้ม
ผลประกอบการดี” นายสานุพงศ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69