posttoday
เวียดนามต้องปรับ หนุนรายย่อยดันศก.โต

เวียดนามต้องปรับ หนุนรายย่อยดันศก.โต

02 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว จนเป็นเสมือนโอกาสที่น่าจะช่วยให้ภาคธุรกิจอื่นๆ ของเวียดนามขับเคลื่อนไปได้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ทว่า สภาพที่ไร้ความสามารถในการแข่งขัน การบริหารจัดการที่อ่อนด้อย และระดับหนี้ท่วมหัวของเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ของเวียดนาม กลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนของประเทศแห่งนี้

ทั้งนี้ ข้อมูลทางการเวียดนามพบว่า ปีที่แล้วมีเอสเอ็มอีเวียดนามปิดกิจการมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.78 หมื่นแห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2013 ซึ่งอยู่ที่ 60,737 แห่ง และที่ 54,277 แห่งในปี 2012 อีกทั้งยังมีแนวโน้มจะปิดกิจการมากขึ้นเรื่อยๆ

แน่นอนว่ารัฐบาลเวียดนามไม่ได้นิ่งนอนใจ เห็นได้จากการอัดฉีดเงินเพื่อกระตุ้นภาคเอสเอ็มอีมูลค่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2009 ก่อนตามด้วยการยกเว้นการเก็บภาษี และนโยบายช่วยเหลือต่างๆ มากมาย

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะไม่ช่วยให้กิจการเอสเอ็มอีเวียดนามขยายตัวได้แล้ว มาตรการเหล่านั้นกลับยังทำให้เอสเอ็มอีของเวียดนามตกอยู่ในสภาวะ “ซอมบี้” คือไม่ตายแต่ก็ไปต่อไม่ได้

เหงียนนัม ผู้ประกอบการด้านวิศวกรรมในโฮจิมินห์ ซิตี้ ยอมรับว่า แม้มาตรการช่วยเหลือของรัฐจะทำให้บริษัทไม่ต้องเสียภาษี แต่ในทางกลับกัน บริษัทก็ไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจข้ามชาติยักษ์ใหญ่ที่ดาหน้าเข้ามาเช่นกัน ดังนั้นบริษัทจึงขาดรายได้ และเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น

สถานการณ์ข้างต้นสอดคล้องกับตัวเลขของสถาบันวิจัยหลายแห่งที่ระบุว่า อุตสาหกรรมการผลิตและการส่งออกมูลค่า 1.84 แสนล้านเหรียญสหรัฐของเวียดนาม ส่วนใหญ่อยู่ในมือบริษัทข้ามชาติและรัฐวิสาหกิจเป็นหลัก ขณะที่เอสเอ็มอีเวียดนามทำได้เพียงแค่เป็นส่วนประกอบเล็กๆ ของบริษัทเหล่านั้น

ผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศจากหลายสำนักต่างเห็นตรงกันว่า มาตรการแก้ปัญหาของรัฐบาลเวียดนามไม่ตรงจุด และไม่ตอบโจทย์ความจำเป็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเวียดนาม ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้คือการเสียงบประมาณโดยใช่เหตุ

ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งปัญหาสำคัญของเอสเอ็มอีเวียดนามก็คือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยผลสำรวจจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ระบุตรงกันว่า ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนในระบบได้ และหากจะเข้าถึงได้ก็จำเป็นต้องมีการติดสินบน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า จุดอ่อนข้างต้นอาจเป็นอุปสรรคขัดขวางสำคัญต่อการเข้ามาลงทุนในเวียดนามของนักลงทุนต่างชาติที่จะมีมากขึ้น หลังสามารถบรรลุข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) เพราะนั่นหมายความว่าการลงทุนที่จะเข้ามา เพียงแต่ทำให้เวียดนามมีโรงงานผลิตมากขึ้นเท่านั้น แต่เวียดนามไม่อาจจะมีผู้ประกอบการภายในของตนเองได้เลย

เกาซิเคียม ประธานสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) แห่งเวียดนาม ระบุว่า ความรู้ความชำนาญในการบริหารธุรกิจและการทำการตลาดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเวียดนามที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้เอสเอ็มอีเวียดนามเป็นเพียงแค่โรงงานสำหรับบรรจุสินค้าลงหีบห่อเท่านั้น

ด้าน เลอดังโดอานห์ อดีตที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจรัฐบาลเวียดนามระบุว่า รัฐบาลเวียดนามตามหลังบริษัทข้ามชาติเกินไป โดยหารู้ไม่ว่าเวียดนามไม่อาจไปสู่ชาติอุตสาหกรรมได้อย่างแท้จริง หากพื้นฐานยังคงมัวแต่พึ่งพาบริษัทต่างชาติ

“เราไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าแบรนด์ของเราคือซัมซุง รัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับการสร้างผู้ประกอบการเป็นลำดับแรก ก่อนปฏิรูปทิศทางเศรษฐกิจอย่างจริงจัง” เลอดังโดอานห์ สรุป

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ