สามเสน 5 ลอดจ์ บูติกโฮเต็ล รักษ์โลก สร้างรายได้
ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กที่เกิดจากไอเดียในการนำเอาโรงจอดรถเก่ามาดัดแปลงให้กลายเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว
ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กที่เกิดจากไอเดียในการนำเอาโรงจอดรถเก่ามาดัดแปลงให้กลายเป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว ด้วยงบประมาณเพียง 5 แสนบาท บนพื้นที่ที่มีขนาดกะทัดรัด แต่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เป็นเจ้าของ และยังช่วยกระจายรายได้ไปสู่คนในชุมชนโดยรอบได้อีกด้วย นั่นก็คือบูติกโฮเต็ลที่มีชื่อเก๋ๆ ตามสถานที่ตั้งว่า “สามเสน 5 ลอดจ์” (Samsen 5 Lodge) บ้านหลังเล็กๆ แต่น่ารักในสไตล์วินเทจร่วมสมัย ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในย่านเมืองเก่า ซอยสามเสน 5 เขตพระนคร
สามเสน 5 ลอดจ์ มองจากด้านหน้าจะเต็มไปด้วยความร่มรื่นของต้นไม้เล็กใหญ่ใบเขียวขจี สลับกับสีชมพูของดอกเฟื่องฟ้าที่เบ่งบานสวยสะพรั่งสะดุดตา ชวนให้คนที่สัญจรผ่านไปมาแถวนั้นอยากที่จะเข้าไปสัมผัสถึงบรรยากาศภายในตัวบ้าน ซึ่งก็ถูกจัดสรรพื้นที่ แบ่งสัดส่วนออกเป็นห้องพักขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ทั้งหมดมีเพียง 3 ห้องเท่านั้น แต่ละห้องจะตกแต่งให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของวัฒนธรรมที่หลากหลายสไตล์เอเชียทั้งไทย จีน และอินโดจีน มาผสมผสานเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ได้เห็นถึงความน่ารัก โรแมนติก และยังอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ที่สำคัญบูติกโฮเต็ลแห่งนี้ยังมุ่งเน้นในเรื่องของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ถูกออกแบบให้อิงกับธรรมชาติ ใช้สายลม แสงแดด เป็นบ้านเย็นที่ประหยัดพลังงาน มีสวนเล็กๆ กลางบ้านเหมือนได้กลับสู่ธรรมชาติอีกครั้ง
ทั้งหมดมาจากแนวความคิดและความกล้าที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จนทำให้เกิดความแตกต่างที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครของสถาปนิกชื่อดังที่มีหลายรางวัลการันตีผลงานด้านสถาปัตย์อย่าง วรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์เจ้าของ “สามเสน 5 ลอดจ์” และผู้ก่อตั้ง Super Green Studio ออฟฟิศส่วนตัวขนาดเล็กที่มีอาณาเขตอยู่ในบริเวณเดียวกันกับบูติกโฮเต็ล เพื่อเปิดคอร์สให้มีการเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการออกแบบรีโนเวตอาคารบ้านเก่าเป็นธุรกิจโรงแรมขนาดย่อมด้วยงบประมาณและพื้นที่ที่จำกัด แต่สามารถเข้าพักได้จริง และยังสร้างรายได้อย่างน่าอัศจรรย์
“เดิมผมเป็นสถาปนิกและหาที่เช่าเพื่อที่ว่าจะทำออฟฟิศ ที่ตรงนี้เป็นที่เช่าครับ แล้วเรากั้นห้องไปแล้ว พื้นที่เราเหลือ 70% เราก็คิดว่าเราจะทำอะไรดีนะถึงจะเป็นเงิน ผมเลยเลือกที่จะทำโรงแรม เพราะว่าตัวผมเองมีพื้นฐานธุรกิจด้านนี้ก็คือคุณพ่อทำเกสต์เฮาส์ ส่วนคุณแม่ทำบ้านเช่า ดังนั้นธุรกิจนี้ผมก็นึกภาพและเห็นรายละเอียดทุกอย่างหมด ผมคิดว่าถ้าคนไทยไม่ทำธุรกิจนี้ต่อไปจะเป็นอาชีพที่ถูกแย่ง” วรพันธุ์ กล่าว
วรพันธุ์ยังได้เล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำธุรกิจบูติกโฮเต็ลว่า จากประสบการณ์ที่ได้เคยเข้าพักในบ้านเก่าที่ประเทศอินเดีย ทำให้ได้เห็นถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของสถานที่แห่งนั้น จึงมองเห็นว่าในประเทศไทยมีสิ่งก่อสร้างต่างๆ เหล่านี้มากมาย แต่ถูกปล่อยทิ้งให้ร้างไม่สร้างรายได้ อีกทั้งยังมีย่านชุมชนเก่าแก่ที่สามารถดัดแปลงให้เป็นที่พักได้ ด้วยองค์ประกอบทางธรรมชาติ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และทรัพยากรต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรมแบบผสมผสานของคนไทย จึงเหมาะกับการออกแบบห้องพักให้อยู่แล้วเย็นสบาย ใช้แสงและลมจากธรรมชาติเป็นตัวเชื่อมโยงให้เป็นบรรยากาศมีความร่มรื่น เรียบง่าย แต่น่าพักอาศัย
“สามเสน 5 ลอดจ์” จึงเกิดขึ้นมาจากการมองหาสิ่งที่มีอยู่ เพื่อมาสร้างคุณค่าและประสบการณ์ในการเข้าพักให้กับนักท่องเที่ยวด้วยการเล่าเรื่องราววัฒนธรรมอันหลากหลาย ผ่านการนำเอาสิ่งของเครื่องใช้ แม้กระทั่งเฟอร์นิเจอร์ยุคเก่ามาประดับตกแต่ง นอกจากจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเป็นการเพิ่มเสน่ห์และเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งนั้นๆ ส่วนผู้ที่เข้าพักก็ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนแห่งนั้น เพียงแค่ต้องรู้จักการนำเอาสินทรัพย์เก่าที่ไม่มีมูลค่ามาใช้ให้เกิดประโยชน์
จุดแข็งของบูติกโฮเต็ลก็คือเป็นธุรกิจโรงแรมที่ขายประสบการณ์ในการเข้าพัก วรพันธุ์ กล่าวว่า “คุณค่าของประสบการณ์ในการเข้าพักเกิดจากการที่แต่ละสถานที่บนโลกใบนี้สร้างประสบการณ์ไม่เหมือนกัน ยิ่งเปลี่ยนประสบการณ์มากแค่ไหน อันนั้นคือมูลค่าในการเข้าพัก ดังนั้นบูติกโฮเต็ลถือเป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนด้วย มันเป็นการผสมผสานระหว่างการอนุรักษ์วัฒนธรรม ผมมองเป็นการสร้างรายได้ ส่วนคอนเซ็ปต์ในการประหยัดพลังงาน ถือว่าเป็นจุดขายที่โดดเด่น มันตอบโจทย์เราได้ โดยเฉพาะการประหยัดพลังงานแบบสุดขั้วอย่างของผม”
สำหรับเรื่องการบริหารจัดการก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญในการบริหารธุรกิจ สถาปนิกหนุ่มแนะนำว่า อย่างแรกต้องสามารถจัดการเรื่องของเวลาและสามารถคุยกับแขกผู้ที่มาพักได้ โดยที่ไม่ต้องมานั่งเฝ้าประตูดูว่าใครจะมาเข้าพักตอนไหน เรื่องที่สองก็คือโรงแรมขนาดเล็กจะต้องรู้จักแชร์ค่าใช้จ่าย เพราะว่าไม่มีครัว จึงต้องใช้ครัวของเพื่อนบ้าน ซึ่งถือว่าเป็นการกระจายรายได้
ถ้ามองในมุมของโมเดลธุรกิจ บูติกโฮเต็ลคือโมเดลของความยั่งยืน ด้วยต้นทุนที่น้อย จึงต้องรู้จักยืมทุนจากเพื่อนบ้าน แค่ยืมในสิ่งที่ไม่มี ส่วนในเรื่องของข้อจำกัดในการทำธุรกิจบูติกโฮเต็ลอย่างเดียวที่สำคัญที่สุดก็คือความกลัว การไม่กล้าคิดในสิ่งที่แตกต่าง แม้จะลงทุนด้วยงบประมาณที่น้อย ฉะนั้นจะต้องลงทุนด้วยความคิดที่เยอะกว่า ใช้ไอเดีย ใช้การตลาดใหม่ๆ เพราะทุกวันนี้ธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กถือเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ค่อนข้างมีความอิสระด้านการเงินและเวลา จึงทำให้ได้รับความสนใจและมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ
ติดตามเรื่องราวของการเปลี่ยนบ้านเก่าให้เป็นบูติกโฮเต็ลได้ในรายการ “ธุรกิจติดดาว” ทาง ททบ.5 เวลา 14.30-15.00 น. วันศุกร์ที่ 6 ก.พ. 2558 ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 08-9696-9896,02-628-9799 หรือ www.samsen5lodgebangkok.com


