
อสังหาฯตั้งเป้าโตระวัง
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของแวดวงธุรกิจ
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของแวดวงธุรกิจ จากการที่ผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายกลางพร้อมที่จะอวดโฉมแผนลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในปี 2558 ซึ่งเกือบทุกรายต่างมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่มากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเป้าหมายทั้งยอดขายและรายได้ ก็มั่นใจว่าปีนี้จะทำได้ตามเป้าและเติบโตกว่าปีที่แล้ว เฉลี่ยแล้วไม่น้อยกว่า 15% ส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าจะขยายตัวได้ประมาณ 5-10%
ขณะที่ปัจจัยลบทั้ังในประเทศและต่างประเทศยังตลบอบอวล ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในตลาดโลกที่ยังเปราะบาง เช่น ความผันผวนทางการเงินโลก การเมืองระดับโลก ราคาน้ำมันที่ยังผันผวนมาก ส่วนภาพในประเทศแม้ว่าปีนี้จะมีการลงทุนภาครัฐเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แต่การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่ยังล่าช้า จึงยังไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ส่วนภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงยังเป็นอุปสรรคใหญ่ของคนอยากมีบ้าน เป็นผลให้สถาบันการเงินและนักวิชาการล้วนเตือนให้ผู้ประกอบการระมัดระวังในการเปิดตัวโครงการใหม่ หลังจากที่ซัพพลายที่อยู่อาศัยสะสมในตลาดเพิ่มขึ้น 15% จากปกติ
ค้าปลีกไทยเฟื่องเร่งลงทุนใหม่
ด้านธุรกิจค้าปลีกก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน โดยกลุ่มเซ็นทรัลใช้ บริษัท เพาเวอร์บาย เข้าไปร่วมลงทุนกับ บริษัท เหงียน คิม เทรดดิ้ง จอยท์ สต็อค ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศเวียดนาม หวังบุกหนักค้าปลีกในเวียดนามเต็มสูบ ส่วนตลาดในไทย ปีนี้จะเป็นปีที่ซัพพลายพื้นที่ค้าปลีกเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งถือว่าสูงมากกว่าทุกปี เพราะจะมีศูนย์การค้าใหญ่เปิดใหม่หลายแห่ง
สำหรับศูนย์กลางการช็อปปิ้งอย่างย่านราชประสงค์ สมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (อาร์เอสทีเอ) รายงานว่า ผู้ประกอบการในย่านราชประสงค์ทั้งศูนย์การค้า ค้าปลีก ค้าส่ง และโรงแรม มีแผนที่จะปรับปรุงโครงการของตัวเองในย่านนี้รวมแล้วมีมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท
เอไอเอสอัด 4 หมื่นล้าน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่ายเอไอเอสเปิดวิชั่น ปี 2558 ทุ่มงบลงทุน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายโครงข่ายและทำตลาด โดยแบ่งเป็นงบขยายโครงข่ายเพิ่มสถานีฐานเป็น 2.9หมื่นสถานีฐาน 3 หมื่นล้านบาท และงบสำหรับการเข้าร่วมประมูล 4จี อย่างน้อย 1 หมื่นล้านบาท เพื่อรักษาแชมป์ของการเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายเบอร์ 1 ของประเทศ
นอกจากนี้ ยังประเมินอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในปีนี้ว่า ตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเติบโต 3-4% หรือคิดเป็นมูลค่า 2.33 แสนล้านบาท ตลาดการจัดจำหน่ายอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่เติบโตขึ้น 10% คิดเป็นมูลค่าตลาด 1.27 แสนล้านบาท และตลาดฟิกซ์บรอดแบนด์มูลค่า 6.2 หมื่นล้านบาท จะเติบโตเพิ่มขึ้น 15% แต่การใช้งานวอยซ์อาจจะลดลง 5%







