
ลุ้นเมกะโปรเจกต์ดันรายได้
เอสเอ็มอีหลายกลุ่มรอรับอานิสงส์ลงทุน แนะรัฐแก้ระเบียบจัดซื้อเอื้อสินค้าไทย
เอสเอ็มอีหลายกลุ่มรอรับอานิสงส์ลงทุน แนะรัฐแก้ระเบียบจัดซื้อเอื้อสินค้าไทย
หอการค้า หวังเมกะโปรเจกต์หนุนเอสเอ็มอีหลายกลุ่ม แนะรัฐบาลแก้ระเบียบเอื้อสินค้าไทย
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานหอการค้าไทย และรองประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลไทยได้ลงนามร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลจีน ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านรถไฟของไทย อยากเสนอให้รัฐบาลปรับแก้ระเบียบการจัดซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างต่างๆ ที่ต้องเน้นสินค้าที่ผลิตในประเทศมากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้รับประโยชน์มากที่สุด
ทั้งนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะต้องเข้าไปร่วมศึกษาข้อมูลและระบบการพัฒนา รวมถึงการลงทุนที่มาจากต่างประเทศ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในครั้งนี้ มาช่วยพัฒนาการลงทุนระบบรถไฟฟ้าของไทยในอนาคต ผู้ประกอบการในประเทศไทยมีโอกาสที่จะผลิตอุปกรณ์ อะไหล่ในการผลิตรถไฟฟ้าได้ แม้ว่าในปัจจุบันผู้ประกอบการไทยยังไม่สามารถผลิตอะไหล่และชิ้นส่วนรถไฟฟ้าได้ก็ตาม
นอกจากนี้ การลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าที่จะเริ่มในช่วงเดือน ก.ย.นี้ จะส่งผลดีต่อผู้ผลิตสินค้าในประเทศและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วย โดยจะสามารถนำสินค้ามาร่วมขยายตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าผ่านสถานีต่างๆ ที่จะมีขึ้นในอนาคต ประเมินว่าโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้น จะช่วยกระตุ้นผู้ผลิตสินค้าในประเทศให้มีโอกาสเติบโตได้มากขึ้น
“ในเบื้องต้นการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าทางคู่ ยังจะช่วยกระตุ้นให้เกิดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจจำนวนมาก เพราะจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการสร้างรถไฟฟ้าให้เติบโตเพิ่มขึ้นไปด้วย ทั้งธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจที่ดิน ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจค้าปลีกขนาดเล็กด้วย” นายพรศิลป์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หอการค้าไทยได้ประเมินว่า อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปีนี้ จะอยู่ที่ 3.5% และการส่งออกคาดว่าจะเติบโต 2% โดยภาครัฐต้องดำเนินการดูแลค่าเงินบาทให้มีความผันผวนน้อยที่สุด และไม่ควรแข็งค่าขึ้นเกินกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จากผลกระทบกรณีที่สหภาพยุโรป (อียู) ออกมาตรการคิวอีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีเงินไหลเข้าตลาดประเทศไทยมากขึ้น







