
สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว
หลังเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้พาครอบครัวไปเที่ยวเชียงใหม่เพราะไม่อยากเจอรถติด แย่งที่เที่ยวที่กิน โดยจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน เช่ารถเอง เพราะเที่ยวเชียงใหม่ง่ายมาก อยากประหยัดตังค์ แถมปีนี้รัฐบาลก็ยังประกาศให้ “สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว” คือพวกเราสามารถเอาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาทอีกด้วย สิทธิประโยชน์ภาษีนี้ที่รัฐบาลออกมาก็เพื่อช่วยกระตุ้น และส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รวมทั้งธุรกิจต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วนของประเทศ และยังเป็นการช่วยสังคมให้เกิดความรักความอบอุ่นภายในครอบครัวที่ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวและมีกิจกรรมร่วมกันด้วย
หลังเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา ผมได้พาครอบครัวไปเที่ยวเชียงใหม่เพราะไม่อยากเจอรถติด แย่งที่เที่ยวที่กิน โดยจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน เช่ารถเอง เพราะเที่ยวเชียงใหม่ง่ายมาก อยากประหยัดตังค์ แถมปีนี้รัฐบาลก็ยังประกาศให้ “สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว” คือพวกเราสามารถเอาค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวไปลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาทอีกด้วย สิทธิประโยชน์ภาษีนี้ที่รัฐบาลออกมาก็เพื่อช่วยกระตุ้น และส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ และช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยว โรงแรม รวมทั้งธุรกิจต่อเนื่องกับการท่องเที่ยวในทุกภาคส่วนของประเทศ และยังเป็นการช่วยสังคมให้เกิดความรักความอบอุ่นภายในครอบครัวที่ได้มีโอกาสไปท่องเที่ยวและมีกิจกรรมร่วมกันด้วย
“สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว” พูดง่ายๆ ก็เหมือนกับกรมสรรพากรช่วยออกค่าเที่ยวให้เรา สมมติให้เห็นภาพกันดีกว่า ถ้าปีนี้เรามีการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยว 15,000 บาทพอดี
ถ้าฐานภาษีเรา 5% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 750 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 14,250 บาท
ถ้าฐานภาษีเรา 10% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 1,500 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 13,500 บาท
ถ้าฐานภาษีเรา 15% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 2,250 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 12,750 บาท
ถ้าฐานภาษีเรา 20% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 3,000 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 12,000 บาท
ถ้าฐานภาษีเรา 25% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 3,750 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 11,250 บาท
ถ้าฐานภาษีเรา 30% ก็ได้เงินภาษีกลับมา 4,500 บาท เท่ากับเราจ่ายจริงแค่ 10,500 บาท
ประหยัดค่าเที่ยวไปเยอะเลย ยิ่งคนที่ฐานภาษีสูงๆ ยิ่งประหยัดเยอะ แถมรัฐบาลให้ลดหย่อนแค่สิ้นปี 2558 นี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นพวกเรายิ่งต้องเที่ยวกันนะ เพราะหากเราไม่เที่ยว ภาษีที่เราเสียไปแล้ว เราก็จะเสียไปจริงๆ (อย่างคนฐานภาษี 30% ถ้าไม่เที่ยว เงินภาษี 4,500 บาท ที่เราเสียไปก็ไม่ได้คืน แต่เพราะเราจ่ายค่าเที่ยวไป 15,000 บาท เราเลยทวงภาษีที่เราจ่ายคืนจากกรมสรรพากรได้)
เอาล่ะ รู้กันอย่างนี้ คงอยากเที่ยวกันแล้วสินะ งั้นเรามาดูรายละเอียดของ “สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว” กันหน่อยดีกว่า
“สิทธิประโยชน์ภาษีท่องเที่ยว” คือให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการจ่ายเป็นค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ นำมาหักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15,000 บาท
ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558
หากดูตามกฎหมายแล้ว สรุปได้ว่า
คนได้สิทธิประโยชน์ คือ บุคคลธรรมดาเท่านั้น ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคลไม่ได้สิทธิ
ค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวที่ลดหย่อนได้ ได้แก่ ค่าบริการให้แก่ผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือที่ได้จ่ายเป็นค่าที่พักในโรงแรมให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ดังนั้น ค่าตั๋วรถทัวร์ ตั๋วเครื่องบินที่เราซื้อเอง ค่ารถเช่า ฯลฯ ลดหย่อนไม่ได้ เว้นแต่รวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์ หรือถ้าเราจองโรงแรมผ่าน Online อย่าง Agoda ก็ลดหย่อนไม่ได้ครับ เพราะ Agoda ไม่ได้จดทะเบียนในไทย และเราก็ไม่สามารถขอใบเสร็จจากโรงแรมที่เราจองผ่าน Agoda ได้ เพราะเราจ่ายเงินให้ Agoda ไม่ได้จ่ายเงินให้โรงแรม สรุปง่ายๆ ถ้าหวังสิทธิประโยชน์ภาษีให้จองกับโรงแรมโดยตรงครับ
ต้องเที่ยวในประเทศเท่านั้น เที่ยวนอกประเทศไม่ได้ ต่อให้จองทัวร์กับผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวในไทยก็เอาไปลดหย่อนไม่ได้
ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท สิ่งสำคัญที่นำมาใช้เป็นหลักฐาน คือ ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีสำหรับค่าบริการนำเที่ยวภายในประเทศ หรือค่าที่พักโรงแรมภายในประเทศ ที่เราต้องเรียกขอจากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ หรือผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม โดยเอกสารดังกล่าวต้องระบุชื่อ-นามสกุล ของผู้มีเงินได้ที่จะใช้สิทธิหักลดหย่อน จำนวนเงิน และวันเดือนปี ในใบเสร็จ หรือใบกำกับภาษีให้ชัดเจน
พูดถึงใบเสร็จฯ ก็นึกถึงเรื่องที่หลายคนสงสัย คือ เวลาเที่ยวกันทั้งครอบครัว ใบเสร็จออกมาเป็นชื่อสามีและภริยาจะหักลดหย่อนยังไง หักลดหย่อนอย่างนี้ครับ
หากสามีหรือภริยามีเงินได้เพียงฝ่ายเดียวให้ใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเฉพาะสามีหรือภริยาซึ่งเป็นผู้มีเงินได้
หากสามีภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และในใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีระบุผู้จ่ายเงินเป็นทั้งสามีและภริยาให้ใช้หลักเกณฑ์
1.ถ้าสามีภริยาต่างฝ่ายต่างแยกยื่นแบบ ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 15,000 บาท
2.ถ้าสามีภริยาแยกยื่นแบบ เฉพาะเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นเงินได้ประเภทเงินเดือน ให้ต่างฝ่ายต่างหักลดหย่อนภาษีของตนเองได้ตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 15,000 บาท
3.ถ้าสามีภริยาตกลงยื่นแบบและเสียภาษีรวมกัน ให้หักลดหย่อนภาษีได้ทั้งสองฝ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง ไม่เกินคนละ 15,000 บาท
แต่ถ้าจะให้ดี แยกใบเสร็จฯ เป็นของใครของมันเลยดีกว่า ต่างคนต่างยื่นภาษี จะได้ไม่ยุ่งยาก
ท่านที่สนใจบทความทางการเงินที่ผมได้เขียนเองและได้รวบรวมจากแหล่งต่างๆ สำหรับเผยแพร่ให้ท่านผู้สนใจทุกท่าน เชิญไปกด Like ได้ที่ page ใน face book ชื่อ Sathit Bovornsantisuth CFP เพื่อติดตามข้อมูลข่าวสารต่อไปได้ครับ...
ขอบคุณครับ







