posttoday
ดีเอชแอลทุ่มลงไทย เออีซีหนุนโลจิสติกส์พุ่ง

ดีเอชแอลทุ่มลงไทย เออีซีหนุนโลจิสติกส์พุ่ง

29 มกราคม 2558

การขนส่งและบริหารจัดการคลังสินค้า(โลจิสติกส์) เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ยิ่งในยุคที่ไทยกำลังเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้ ธุรกิจและภาครัฐต้องตื่นตัวปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพขึ้นเพื่อให้แข่งขันกับคู่แข่งได้

การขนส่งและบริหารจัดการคลังสินค้า(โลจิสติกส์) เป็นกลไกสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเดินหน้าไปได้ ยิ่งในยุคที่ไทยกำลังเข้าสู่การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปีนี้ ธุรกิจและภาครัฐต้องตื่นตัวปรับปรุงระบบโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพขึ้นเพื่อให้แข่งขันกับคู่แข่งได้

เควิล เบอร์เรล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เปิดเผยว่า ตลาดโลจิสติกส์ในไทยมีมูลค่ากว่า 3 แสนล้านบาท ปีนี้น่าจะโต 6% จากปีก่อน ตามแนวโน้มการใช้บริการโลจิสติกส์ในประเทศที่เพิ่มขึ้นเพราะเศรษฐกิจโต และสถานการณ์การเมืองที่มีเสถียรภาพขึ้น เอื้อประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ ในส่วนของดีเอชแอล คาดหวังธุรกิจโตไม่ต่ำกว่าสองหลัก โดยจะเติบโตจากฐานลูกค้าเก่าที่มีอยู่ขยายธุรกิจ มีลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามาจากความต้องการจ้างบริษัทภายนอก (เอาต์ซอร์ส) ที่ให้บริการโลจิสติกส์ เช่น ดีเอชแอลที่สูงขึ้น เพราะผู้ประกอบการที่เคยบริหารโลจิสติกส์เอง ต้องการมีระบบที่มืออาชีพรองรับการขยายธุรกิจ จึงเลือกใช้เอาต์ซอร์ส โดยสัดส่วนรายได้ปัจจุบันมาจากการให้บริการขนส่ง 50% และบริหารคลังสินค้า 50%

เมื่อแยกกลุ่มธุรกิจที่เป็นลูกค้าดีเอชแอล สัดส่วนกลุ่มค้าปลีกมีมากสุด 45% และเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง เนื่องจากผู้ประกอบการค้าปลีกลงทุนขยายสาขาใหม่ตามภูมิภาคต่างๆ ทำให้ความต้องการ
โลจิสติกส์เพิ่ม รองลงมาคือกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 25% มีแนวโน้มเติบโตดี ตามทิศทางการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ ลูกค้าอีก 2 กลุ่ม ได้แก่ ชิ้นส่วนยานยนต์สัดส่วน 15% และสินค้าเทคโนโลยี 15%

“ดีเอชแอลวางแผนกระจายสัดส่วนลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ใกล้เคียงกันเพื่อกระจายความเสี่ยง ปีนี้กลุ่มลูกค้าที่ดีเอชแอลเน้นเจาะคือ ชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเดิมชะลอตัวไป แต่คาดว่าปีนี้ธุรกิจน่าจะฟื้นตัว อีกกลุ่มคือสินค้าเกี่ยวกับสุขภาพ”

สำหรับแนวทางที่เตรียมไว้เพื่อรักษาอันดับผู้นำในตลาดโลจิสติกส์ไทยคือ 2-3 ปีจากนี้ลงทุนขยายคลังสินค้าให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยเตรียมเงินลงทุนไว้ 50 ล้านยูโร (ประมาณ 2,000 ล้านบาท) อาทิ ขยายคลังสินค้าที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งมองหาพื้นที่ที่มีศักยภาพในภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เน้นใกล้ท่าเรือ สนามบิน สะดวกต่อการขนส่ง

ขณะเดียวกัน ล่าสุดเพิ่งลงทุนประมาณ 800 ล้านบาท กับโครงการคลังสินค้าบางนาโลจิสติกส์แคมปัส บนถนนบางนา-ตราด กม.23 จ.สมุทรปราการ เป็นคลังสินค้าที่มีพื้นที่ 1.2 แสนตารางเมตร คาดว่าจะช่วยให้ดีเอชแอลขยายธุรกิจในไทยให้ 5 ปีข้างหน้ามีรายได้เติบโตสองเท่าจากปัจจุบัน

จุดเด่นคลังสินค้าของดีเอชแอลคือ มีศูนย์ควบคุมการปฏิบัติการด้านการขนส่ง (ทรานสปอร์ต คอนโทรล ทาวเวอร์) ออกแบบมาให้เป็นศูนย์กลางด้านซัพพลายเชนสำหรับลูกค้าทุกธุรกิจ เชื่อมโยงเข้ากับเครือข่ายขนส่งทั้งในประเทศและภูมิภาค ดูแลตั้งแต่การจัดส่ง จัดเก็บ พักสินค้าเพื่อรอจัดส่ง และบริหารจัดการเก็บรวบรวมสินค้า นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้กำหนดเส้นทางขนส่งได้เหมาะสม

เบอร์เรล กล่าวว่า หลังเปิดเออีซีเป็นโอกาสทางธุรกิจ เพราะลูกค้ามีแนวโน้มไปขยายธุรกิจในพม่า ลาว กัมพูชา ความต้องการโลจิสติกส์ก็เพิ่มตาม ซึ่งดีเอชแอลมีจุดให้บริการในประเทศเหล่านั้นอยู่แล้ว ส่วนแนวโน้มคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในตลาด มองว่า น่าจับตาบริษัทไทยที่แข็งแกร่งขึ้น และมีแผนขยายบริการโลจิสติกส์ ส่วนคู่แข่งต่างชาติรายใหม่น่าจะเข้ามาในตลาดยาก สิ่งสำคัญที่จะทำให้ดีเอชแอลแข่งขันได้คือ เข้าใจความต้องการลูกค้า และวางบริการที่ตอบสนอง

เมื่อดีเอชแอลรุกหนักธุรกิจถือเป็นตัวสะท้อนได้ว่าโลจิสติกส์ไทยมีแนวโน้มสดใสแน่นอน

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย