
คดีอาญาจำนำข้าว
ในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้ คณะทำงานของอัยการสูงสุดจะส่งคำฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในคดีอาญากรณีที่ไม่ระงับยับยั้งความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
ในช่วงต้นเดือน มี.ค.นี้ คณะทำงานของอัยการสูงสุดจะส่งคำฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในคดีอาญากรณีที่ไม่ระงับยับยั้งความเสียหาย หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 123/1 ต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
เมธี ครองแก้ว นักวิชาการอิสระและอดีตกรรมการ ป.ป.ช. ระบุว่า เมื่ออัยการสูงสุดยื่นสำนวนฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ศาลจะพิจารณาว่าจะว่ารับฟ้องหรือไม่ หากรับฟ้องเนื่องจากเห็นว่าคดีมีมูล มีหน้าที่และรู้ว่าหากยังดำเนินการโครงการต่อไปจะเกิดความเสียหาย จะมีการเรียกประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อคัดเลือกองค์คณะผู้พิพากษา 9 คน โดยองค์คณะผู้พิพากษาจะใช้ระบบ “ไต่สวน” แทนระบบ “กล่าวหา” และต้องยึดสำนวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ สามารถขอเบิกพยานเพิ่มเติมได้ แต่ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะอนุมัติหรือไม่ และศาลอาจไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มได้ตามที่เห็นสมควร
เมธี ระบุว่า จากประสบการณ์ในอดีตระยะเวลาการพิจารณาคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไปจนกระทั่งมีการคำพิพากษาจะใช้เวลาแตกต่างกัน บางคดีมีการส่งฟ้องมาตอนเช้าและมีคำพิพากษาตอนบ่ายก็มี บางคดีใช้เวลาไต่สวน 3-4 เดือน และบางคดีใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปี ยกตัวอย่างเช่น คดีทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นจำเลย ศาลใช้เวลาไต่สวน 1 ปี และองค์คณะผู้พิพากษามีมติเอกฉันท์ว่ามีความผิดให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หนีออกนอกประเทศไปก่อน
อีก 1 ปีนับจากนี้ไป หรือในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 2559ชะตากรรมของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์จะเป็นอย่างไรต้องติดตามกันต่อไป







