
ธุรกิจสหรัฐอ่วมหลังหิมะถล่ม
เอสเอ็มอีภาคตะวันออกเฉียงเหนือสหรัฐรายได้หด หลังพายุหิมะพัดถล่มรุนแรงจนต้องปิดให้บริการ
เอสเอ็มอีภาคตะวันออกเฉียงเหนือสหรัฐรายได้หด หลังพายุหิมะพัดถล่มรุนแรงจนต้องปิดให้บริการ
สำนักข่าวเอพี รายงานว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐ ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากพายุหิมะที่อาจส่งผลให้มหานครนิวยอร์กและเมืองใกล้เคียงจมอยู่ภายใต้กองหิมะสูงเกือบ 3 ฟุตเลยทีเดียว
สำนักอุตุนิยมวิทยาสหรัฐ คาดการณ์ว่าบริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจะเผชิญกับพายุหิมะที่ความหนา 2-3 ฟุต โดยรวมถึงในนิวยอร์กและบอสตัน ขณะที่ในฟิลาเดลเฟียคาดการณ์ว่าจะมีหิมะตกหนา 14-18 นิ้ว ซึ่งธุรกิจรายย่อยในเขตเหล่านี้จะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยที่ร้านค้าหลายแห่งจำเป็นต้องปิดทำการ รวมถึงบริษัทให้บริการด้านขนส่งก็ต้องหยุดให้บริการเช่นกัน
บ๊อบ เบลลากัมบา เจ้าของบริษัทรถลิมูซีน เปิดเผยว่า ทางบริษัทอาจสูญเสียรายได้สูงถึง 90% ต่อวันในช่วงที่พายุหิมะพัดถล่ม เนื่องจากนักธุรกิจที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ต้องยกเลิกการประชุมและการเดินทาง เช่นเดียวกับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปยังสนามบินก็ลดลง หลังจากที่สายการบินหลายแห่งได้ยกเลิกเที่ยวบินแล้ว
กว่า 7,000 เที่ยวบิน
“เรายังมีรถเตรียมไว้ให้บริการ สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังโรงพยาบาล หรือเกิดกรณีฉุกเฉิน” เบลลากัมบา กล่าว พร้อมเสริมว่าจะจัดให้บริการรถแบบเอสยูวี และรถขับเคลื่อนด้วยล้อหน้าเท่านั้นในช่วงนี้ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากนี้ เจ้าของบริษัทด้านสุขภาพ เช่น เจนนิเฟอร์ เวลส์ ก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตารางเวลาสำหรับคนไข้ เพื่อให้ลูกค้าสูงวัยและลูกค้าที่เจ็บป่วยได้รับบริการก่อน นอกจากนี้ยังอยู่ให้บริการตรวจคนไข้นานกว่าปกติสำหรับคนไข้ที่เจ็บป่วยรุนแรง ส่วนผู้ที่ต้องการคนดูแลพิเศษ เช่น ให้ความช่วยเหลือเวลาออกไปซื้อของ ก็จำเป็นต้องยกเลิกไปก่อน ซึ่งทำให้บริษัทของเวลส์ต้องสูญเสียรายได้ไปบางส่วน
ขณะเดียวกัน ร้านขายของชำกลับมีลูกค้าแห่มาซื้อของเตรียมรับมือกับพายุอย่างล้นหลาม เช่นเดียวกับธุรกิจรับซ่อมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีลูกค้าเพิ่มมากถึง 20% เนื่องจากลูกค้านำสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์มาตรวจเช็กสภาพ ก่อนที่ต้องอยู่ในบ้านเป็นเวลานาน
“เช้าวันนี้วุ่นมากๆ ผู้คนมาพร้อมกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใส่ถุงขยะ หรือไม่ก็กระเป๋าเดินทาง” โจ ซิลเวอร์แมน เจ้าของร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ในแมนฮัตตันระบุ







