
แนะเอสเอ็มอีเร่งตุนสภาพคล่อง-ซื้อประกันค่าเงิน
ทหารไทยแนะเอสเอ็มอีเตรียมสภาพคล่องรับมือธุรกิจฝืด แนะกลุ่มส่งออกเร่งปิดความเสี่ยงเงินบาท
ทหารไทยแนะเอสเอ็มอีเตรียมสภาพคล่องรับมือธุรกิจฝืด แนะกลุ่มส่งออกเร่งปิดความเสี่ยงเงินบาท
นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการทำธุรกิจของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในปี 2558 ยังไม่สดใสนัก และจะยากลำบากต่อเนื่องจากปี 2557 สะท้อนได้จากดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อมไตรมาส 4 อยู่ที่ 37.1 หรือยังต่ำกว่า 50 แสดงให้เห็นว่าเอสเอ็มอียังเห็นปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องเผชิญข้างหน้าไม่ต่างจากปีก่อนมากนัก
ทั้งนี้ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของเอสเอ็มอีปีนี้จะขยายตัวต่ำกว่าจีดีพีประเทศ โดยมีปัจจัยเสี่ยง 4 ด้านที่ต้องเผชิญต่อเนื่องจากปีก่อนหน้า ประกอบด้วย ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ กำลังซื้อผู้บริโภคลดลงจากการที่เกษตรกรมีรายได้ลดลงและหนี้ครัวเรือน การส่งออกที่ฟื้นตัวช้ากระทบต่อเอสเอ็มอีภาคส่งออก และการขาดแคลนแรงงานรวมทั้งต้นทุนแรงงานสูง ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงระยะยาว ส่วนปัจจัยบวกยังต้องรอความหวังจากเม็ดเงินลงทุนภาครัฐที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีควรวางแผนสภาพคล่องให้ดีเพื่อรองรับภาวะที่ธุรกิจฝืดเคือง ขณะที่เอสเอ็มอีที่มีการส่งออกต้องปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากตลาดการเงินโลกผันผวนอย่างมาก โดยเฉพาะไตรมาสแรกค่าเงินจะเหวี่ยงมากที่สุด และน่าจะเริ่มเห็นเงินบาทในทิศทางอ่อนค่าช่วงครึ่งปีหลัง โดยอยู่ที่ระดับ 33.50 บาท/เหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายปี
สำหรับราคาน้ำมันตลาดโลกที่ลดลงมา 50% แต่ราคาน้ำมันในประเทศลดลงน้อยกว่า ทำให้ธุรกิจที่ใช้น้ำมันในประเทศเป็นหลักได้ประโยชน์ไม่เท่ากับผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่ซื้อน้ำมันโดยตรงจากต่างประเทศ นอกจากนี้ภาคธุรกิจได้ประโยชน์มากกว่าภาคครัวเรือน โดยเฉพาะเกษตรกร ที่่ราคาสินค้าเกษตรลดลงตามน้ำมัน







