
กสทช.จ่อพิจารณาแผนเยียวยาลูกค้าโครงข่ายอสมท.
บอร์ด กสท.จันทร์นี้ เตรียมพิจารณา ผู้ประกอบการ โครงข่ายอสมท. เสนอแผนเยียวยาลูกค้าดิจิทัลทีวี
บอร์ด กสท.จันทร์นี้ เตรียมพิจารณา ผู้ประกอบการ โครงข่ายอสมท. เสนอแผนเยียวยาลูกค้าดิจิทัลทีวี
น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 26 ม.ค.นี้ มีวาระในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ที่น่าจับตา ได้แก่ แนวทางและมาตรการเยียวยาการให้บริการโครงข่ายทีวีดิจิทัล แก่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ประเภทบริการทางธุรกิจ ที่ใช้โครงข่ายของบริษัท อสมท. ตามที่ กสท. มีมติเมื่อเดือน ธ.ค. 57 ให้ อสมท. จัดทำมาตรการเยียวยาแก่ผู้ประกอบการที่ใช้โครงข่ายของตนเองแล้วส่งให้ กสท.เพื่อทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีมติ โดย อสมท.ได้มีการประชุมร่วมกับผู้ใช้บริการทั้ง 3 รายได้เสนอมาตรการเยียวยาวที่กำหนดเป็นตัวเงินและมาตรการเพิ่มเติมที่จะดำเนินการ รวมทั้งความเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของผู้ใช้บริการโครงข่าย
ขณะเดียวกัน ต้องติดตาม กรณี บริษัท โซลูชั่น คอนเนอร์ (1998) หรือเอสแอลซี เข้าถือหุ้นบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ที่น้องพิจารณาใน เรื่องการเป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ดิจิทัล หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ ซึ่งใน กรณีนี้ ที่ประชุมอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมาย กสทช. ได้มีการประชุมพิจารณาในเรื่องนี้แล้ว ดังนั้น จึงจะนำผลการประชุมของคณะอนุกรรมการฯ บรรจุเข้าเป็นวาระในที่ประชุม กสท. ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า บริษัท เอสแอลซี จะร้องขอความเป็นธรรมนั้น กสท. ก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอยู่แล้ว ยินดีที่ทางบริษัท เอสแอลซี กับช่องสปริงนิวส์ต้องการเข้ามาชี้แจง รวมทั้งอยากเสนอให้กสท. เชิญคู่กรณีมาชี้แจง พร้อมทั้งมีเวทีสาธารณะเชิญทุกฝ่าย โดยเฉพาะนักกฎหมาย นักวิชาการ มาช่วยกันวิเคราะห์ในเรื่องนี้
“ยืนยันว่า กสท. ต้องยึดกรอบ กติกาที่ออกแบบมาและทุกช่องรับรู้ร่วมกันเพื่อรักษาโรดแมปทีวีดิจิทัลที่กำหนดสัดส่วนช่องข่าว 7 ช่อง 7 ใบอนุญาตที่จำกัดผู้ถือหุ้นที่มีผลประโยชน์ร่วมกันตามกติกาก่อนการประมูล ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของอนุกรรมการที่ปรึกษากฎหมายฯ เพราะถ้า กสท. หรือ กสทช. ไม่ยึดกติกาทั้งหมดที่วางมาก็จะส่งผลต่อการกำกับอุตสาหกรรมสื่อประเภททีวีดิจิทัลแน่นอน ซึ่งจะทำให้รวนเรทั้งระบบ ถ้าองค์กรกำกับไม่ยึดถือกติกาให้เสมอต้นเสมอปลายตลอดใบอนุญาต 15 ปี ซึ่งในอนาคต หากเกิดเหตุลักษณะนี้ กสทช. ก็ต้องยึดกติกาแบบนี้เช่นกัน ดังนั้น กรณีนี้จึงจะไม่ใช่เป็นความขัดแย้งกับช่องหรือบริษัทใดเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการยืนยันหลักการเพื่อรักษามาตรฐานของกติกาการกำกับดูแล”น.ส.สุภิญญา กล่าว







