posttoday
หวั่นกม.ไซเบอร์ทุบทุนต่างชาติ

หวั่นกม.ไซเบอร์ทุบทุนต่างชาติ

25 มกราคม 2558

ต่างชาติหวั่นร่างกฎหมายดิจิทัล ม.35 เปิดทางรัฐล้วงข้อมูล กระทบเชื่อมั่นและการทำธุรกิจในไทย

ต่างชาติหวั่นร่างกฎหมายดิจิทัล ม.35 เปิดทางรัฐล้วงข้อมูล กระทบเชื่อมั่นและการทำธุรกิจในไทย

นายเกรียงไกร ภูวณิชย์ ผู้บริหารนโยบายภาครัฐ บริษัท ไอบีเอ็ม (ประเทศไทย) เปิดเผยภายในงานสัมมนา “ปฏิรูปกฎหมาย ร่วมความเห็น เพื่อเดินหน้าประเทศไทย” โดยระบุว่า บริษัทต่างชาติมีความกังวลอย่างมากกับมาตรา 35 ของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. ... หรือร่างกฎหมายไซเบอร์ ที่ให้อำนาจแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานความมั่นคงไซเบอร์ สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของรัฐหรือบุคคล เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงไซเบอร์

“บทบัญญัติดังกล่าวจะส่งผลให้การทำธุรกิจในเมืองไทยมีความยากขึ้น และก่อให้เกิดความมั่นใจต่อการทำธุรกิจน้อยลง เมื่อเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน” นายเกรียงไกร กล่าว

นายเกรียงไกร กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้มีบริษัทต่างชาติเข้ามาประชุมร่วมกันที่ประเทศไทย และได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับร่างกฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ของไทย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้ว เพราะเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยไม่ต้องใช้อำนาจศาล

สำหรับเนื้อหาของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ มาตรา 35 (3) กำหนดให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงข้อมูลการติดต่อสื่อสาร ทั้งทางไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศอื่น เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงไซเบอร์ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่ ครม.กำหนด

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า คณะผู้จัดทำร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวยอมรับว่าได้ดำเนินการอย่างรีบเร่ง จนทำให้เกิดข้อบกพร่อง ซึ่งจากนี้จะจัดกระบวนการรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการระดมความคิดและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และนำไปปรับแก้ร่าง พ.ร.บ.ให้เหมาะสม รวมถึงจะเผยแพร่การทำงานทุกขั้นตอนให้ประชาชนได้รับทราบ โดยเฉพาะในส่วนของมาตรา 35 ที่จะต้องปรับแก้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะขอบเขตการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่

ทั้งนี้ ภายใน 3-4 เดือนจากนี้ กฎหมายเพื่อรองรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลทั้ง 10 ฉบับ น่าจะผ่านการพิจารณาของกฤษฎีกา ซึ่งกฎหมายที่อยู่ในกลุ่มที่ไม่มีปัญหา เช่น กฎหมายการจัดตั้งคณะกรรมการเศรษฐกิจดิจิทัล และกฎหมายการปรับปรุงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จะเป็นกลุ่มที่ผ่านออกมาก่อน ส่วนกลุ่มต่อไป เช่น กฎหมายธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ กฎหมาย กสทช. เป็นต้น ขณะที่กฎหมายกลุ่มความมั่นคงทางด้านไซเบอร์ และกฎหมายคุ้มครองการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล จะเป็นกลุ่มที่ออกมาพร้อมกัน โดยจะพยายามผลักดันร่างกฎหมายทั้ง 10 ฉบับให้ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในปลายปีนี้

“จากนี้จะเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นทุกสัปดาห์ โดยกฎหมายเหล่านี้มีความจำเป็นเมื่อไทยจะเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจำเป็นต้องมีความพร้อมด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ แต่จะพยายามทำให้เกิดความสมดุลระหว่างการตรวจสอบและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” นางสุรางคณา กล่าว

นพ.นวนรรน ธีระอัมพรพันธุ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน เวชสารสนเทศ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี กล่าวว่า ในทางการแทพย์จะต้องสร้างสมดุลระหว่างสิทธิส่วนบุคคลและการคุ้มครองสาธารณะ เช่น กรณีมีผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลา แพทย์อาจต้องเผยแพร่ข้อมูลเพื่อคุ้มครองสาธารณะ แต่ในทางกลับกัน ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลส่วนบุคคลทางการแพทย์ที่ต้องเก็บรักษาไว้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ