posttoday
ตู่บี้ทีมศก.หาทางรับมือคิวอี

ตู่บี้ทีมศก.หาทางรับมือคิวอี

24 มกราคม 2558

“ประยุทธ์” เรียกทีมเศรษฐกิจหารือรับมือ อียู-ญี่ปุ่นอัดคิวอีกระตุ้นเศรษฐกิจ

“ประยุทธ์” เรียกทีมเศรษฐกิจหารือรับมือ อียู-ญี่ปุ่นอัดคิวอีกระตุ้นเศรษฐกิจ

รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เรียกหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเข้าประชุมเพื่อติดตามข้อมูลและผลกระทบที่ไทยจะได้รับจากกรณีที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือน มี.ค.นี้ จนถึงสิ้นเดือน ก.ย. 2559 โดยนายกฯ เน้นย้ำกับหน่วยงานที่รับผิดชอบว่าหากมีเงินทุนเคลื่อนย้ายเข้ามามาก ทำให้เงินบาทแข็งค่าเกินไป ได้เตรียมมาตรการใดมารองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการคิวอีของอีซีบีจะอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเฉลี่ยปีละ 7.2 แสนล้านยูโร ส่วนมาตรการของญี่ปุ่นอัดฉีดเงินเฉลี่ยปีละ 6 แสนล้านยูโร ถือเป็นปริมาณเงินที่ค่อนข้างสูงมาก จะทำให้เงินสองสกุลนี้อ่อนค่า แต่จะไปกดดันให้เงินในภูมิภาคอื่นแข็งค่า รวมทั้งเงินบาทด้วย

“ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีหน้าที่ดูแลไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวน ตามหลักการการดูแลไม่ให้เงินทุนไหลเข้ามากเกินไป จะต้องลดดอกเบี้ยนโยบายลง ส่วนจะลดเท่าใดอยู่ที่ ธปท. คลังให้ความเห็นไม่ได้” รมว.คลัง กล่าว

นายสมหมาย กล่าวว่า เป็นห่วงภาคการส่งออกที่จะได้รับผลกระทบจากค่าเงิน ผู้ส่งออกจะต้องแข่งขันมากขึ้น  แต่ผลดีจากมาตรการคิวอีจะทำให้ประชาชนทั้งในยุโรปและญี่ปุ่นมีกำลังบริโภคเพิ่ม อาจจะสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า มาตรการคิวอีทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงทันที 1% และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 0.3% นับว่าแข็งค่ามาก แต่คงเกิดขึ้นในระยะสั้น และยังต้องจับตาผลการเลือกตั้งของกรีซ หากออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปจะยิ่งทำให้ค่าเงินผันผวนมากขึ้น 

ด้าน นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษก ธปท. กล่าวว่า ธปท.ติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลเข้าออกอย่างใกล้ชิด ขณะนี้ยังไม่พบความผิดปกติ

ภายหลังอีซีบีประกาศมาตรการคิวอี ตลาดหุ้นทั่วโลกขานรับด้วยการปรับตัวสูงขึ้น หลายประเทศในเอเชียเริ่มมีกระแสทุนไหลทะลักเข้ามากขึ้น และเริ่มเห็นได้ชัดในตลาดพันธบัตรอินเดีย

นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นให้ความสำคัญกับเรื่องคิวอีมากกว่าการเคลื่อนไหวทางการเมือง คาดว่าเม็ดเงินคิวอีที่จะเข้ามาลงทุนจะส่งผลให้ดัชนีหุ้นในไตรมาสนี้เคลื่อนไหวแถว 1,600-1,650 จุด ส่วนการซื้อขายหุ้นวันที่ 23 ม.ค. ดัชนีปิดที่ระดับ 1,598.33 จุด บวก 37.99 จุด หรือ 2.43% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 70,008.94 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง