
จับตาธุรกิจความงาม เกาะเทรนด์เพื่ออยู่รอด
ธุรกิจเสริมความงาม แม้ว่าปีนี้จะจัดอันดับว่ายังเป็นดาวรุ่ง แต่ในยามภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน และเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว การเข้าใช้บริการมีแนวโน้มลดลงตามกำลังซื้อ สวนทางกับสถาบันความงามต่างๆ ดาหน้าเปิดสาขาใหม่ แบรนด์จะอยู่รอดต้องจับกระแสความงามที่กำลังมาแรง
ธุรกิจเสริมความงาม แม้ว่าปีนี้จะจัดอันดับว่ายังเป็นดาวรุ่ง แต่ในยามภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน และเศรษฐกิจในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว การเข้าใช้บริการมีแนวโน้มลดลงตามกำลังซื้อ สวนทางกับสถาบันความงามต่างๆ ดาหน้าเปิดสาขาใหม่ แบรนด์จะอยู่รอดต้องจับกระแสความงามที่กำลัง
มาแรง
แหล่งข่าวจากคลินิกเสริมความงามและผิวพรรณ เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจคลินิกเสริมความงามและผิวพรรณมูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมีอัตราเติบโตไม่มากนัก หลังจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศยังไม่ฟื้นตัว การขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือจีดีพีน้อยมาก อีกทั้งปัจจัยภายนอกทั้งการลอยตัวค่าเงินฟรังก์สวิส เศรษฐกิจของยุโรปที่ยังไม่ฟื้น การเกิดสงครามเศรษฐกิจอเมริกากับรัสเซีย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
นอกจากนี้ ธุรกิจคลินิกเสริมความงามยังเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย การเข้ามาใช้บริการของลูกค้าจะระมัดระวังยิ่งขึ้น ความถี่อาจจะลดลง ประกอบกับปีนี้ไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาด เพราะเป็นธุรกิจที่เติบโตได้จากนวัตกรรม ขณะเดียวกันการแข่งขันธุรกิจรุนแรง ทั้งแบรนด์ใหญ่และเล็กแข่งขันเปิดสาขาขึ้นเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางความต้องการตลาดที่อาจจะลดลง
ก่อนหน้านี้ คลินิก สถาบันดูแลรูปร่าง ส่วนใหญ่จะนำบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา ศิลปินนักร้องมาเป็นพรีเซนเตอร์ รวมทั้งจัดโปรโมชั่น โดยเฉพาะการแข่งขันแบรนด์ดัง และที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีผู้ประกอบการเปิดสาขา แต่ขณะเดียวกันก็มีหลายแบรนด์ปิดกิจการไป อาทิ มารี ฟรานซ์ ขณะเดียวกันหลายแบรนด์ต้องปรับตัว เริ่มผลิตสินค้าความงามและสุขภาพออกมาจำหน่ายควบคู่กับการให้บริการ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น
ขณะที่ ไบโอคอส กรุ๊ป ยังมองว่าธุรกิจดูแลรูปร่างทั้งสุขภาพและความงามยังเป็นดาวรุ่ง สามารถเติบโตได้ถึง 20% จากมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ชโลธร สุมิตรเหมาะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไบโอคอส กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจสถาบันดูแลรูปร่างสลิมมิ่งพลัส กล่าวว่า ปัจจัยผลักดันให้ธุรกิจยังเติบโตได้ดี มาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านจะเข้ามาใช้บริการสาขาติดกับชายแดน เช่น จ.อุดรธานี อุบลราชธานี “ภาวะเศรษฐกิจปีนี้ที่ยังไม่ฟื้นตัว อาจจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของธุรกิจอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะผู้หญิงไทยส่วนใหญ่ยังให้ความสำคัญกับการดูแลรูปร่าง สุขภาพและความงาม โดยเฉพาะกระแสนิยมผิวขาวใส ยกกระชับ ยังมาแรงอย่างต่อเนื่อง และภายใน 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจดูแลรูปร่างจะยกระดับสู่มาตรฐานระดับสากล โดยใช้มาตรฐานเดียวกับอเมริกาและยุโรป บุคลากรต้องมีใบรับรองอาชีพจากกระทรวงศึกษาธิการ” ชโลธร กล่าว
ในส่วนของแผนธุรกิจปีนี้ บริษัทเปิดตัวแบรนด์ใหม่ คลินิกความงามเลเซอร์แล็บ เดอ แบงค็อก ซึ่งเป็นคลินิกระดับพรีเมียม ทำให้ไบโอคอสมีศูนย์บริการครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่ระดับแมสจนถึงระดับพรีเมียม รวมทั้งสิ้นปีนี้จะเปิดเพิ่ม 7 สาขา หรือครบ 30 สาขา จากปีที่ผ่านมามี 23 สาขา ส่วนปีหน้าจะเพิ่มให้ครบ 50 สาขา นอกจากนี้เตรียมเปิดตัวร้านค้าปลีกจำหน่ายผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเครื่องสำอาง ทั้งแบรนด์ตัวเองและนำเข้า 3-4 แบรนด์
ด้านธุรกิจนำเข้าเครื่องมือแพทย์ให้กับธุรกิจเสริมความงาม อนุวัตร เลิศพิทักษ์สุนทร กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท ฟิลเทค เอ็นเตอร์ไพรส์ 1994 กล่าวว่า แนวโน้มเครื่องมือแพทย์นำเข้าที่จะมาแรง คือ อุปกรณ์สำหรับผู้สูงอายุและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโภชนาการ เพราะไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ปริมาณประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
สำหรับการทำศัลยกรรมทางลำตัวหรือรูปร่าง ปีนี้จะเป็นเทรนด์ที่มาแรง จากเดิมผู้หญิงไทยนิยมทำเฉพาะใบหน้าเท่านั้น ขณะที่ภาพรวมตลาดเครื่องมือแพทย์มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ในปีนี้คาดว่ามีอัตราเติบโตมากกว่า 10-15% ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของตลาดภายในประเทศ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ส่งผลให้วงการแพทย์สั่งซื้ออุปกรณ์ในไทย
“นโยบายภาครัฐผลักดันให้ไทยก้าวเป็นศูนย์กลางสุขภาพและความงามในเอเชีย ตามแผนปี 2557-2561 เพราะขณะนี้ไทยถือว่ามีความโดดเด่นทางด้านศัลยกรรมในเอเชีย ด้วยอัตราค่าบริการและค่าครองชีพในไทยที่ไม่สูงมาก เป็นปัจจัยบวกผลักดันให้ชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น อีกทั้งกระทรวงสาธารณสุขเข้มงวดกับผู้ประกอบการสถานบริการ เพื่อสร้างมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับสากล” อนุวัตร กล่าว
เทคโนโลยีทางการแพทย์จะเปลี่ยนใหม่ทุกๆ 5 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา อำนวยความสะดวกสบาย ส่วนทิศทางธุรกิจเพื่อสุขภาพและความงาม ปีนี้ยังมีคลินิกหรือสถาบันความงามทยอยขยายสาขา หรือเปิดดำเนินการใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของโรงพยาบาลและเอกชน
ต้องจับตาดูว่าซัพพลายที่เกิดขึ้นจะมากกว่าดีมานด์หรือไม่ เชื่อว่าทุกค่ายคงแข่งขันด้านการบริการ นวัตกรรมที่ช่วยเนรมิตให้สวยด่วนทันใจ







