
เพื่อไทยสู้ทุกรูปแบบ
เว็บไซต์เพื่อไทยได้เผยแพร่รายละเอียดการตอบ 35 คำถามที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสิทธิการชี้แจงและไม่อนุญาตให้ตัวแทนของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแทนกรณีการถอดถอนจากตำแหน่งในคดีจำนำข้าว โดยนำคำชี้แจงของ วราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง ความดังนี้...
เว็บไซต์เพื่อไทยได้เผยแพร่รายละเอียดการตอบ 35 คำถามที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสิทธิการชี้แจงและไม่อนุญาตให้ตัวแทนของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแทนกรณีการถอดถอนจากตำแหน่งในคดีจำนำข้าว โดยนำคำชี้แจงของ วราเทพ รัตนากร อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และทนุศักดิ์ เล็กอุทัย อดีต รมช.คลัง ความดังนี้...
ข้อ 23 โครงการรับจำนำข้าวช่วยคน 4 ล้านครัวเรือนหรือ 15 ล้านคน ทีดีอาร์ไอ พบว่ามีเพียง 1 ใน 4 ชาวนาปานกลางฐานะดีเท่านั้นที่ได้รับประโยชน์ ทำให้ชาวนาเกิดความเครียดจนมีการฆ่าตัวตาย 16 ราย ท่านทราบหรือไม่และให้เยียวยาช่วยเหลือหรือไม่อย่างไร
ทนุศักดิ์ : ไม่ทราบว่าทีดีอาร์ไอไปสำรวจเมื่อไหร่ เพราะข้อมูลแตกต่างจากของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชาวนานั้นมีทำทั้งนาปีและนาปรัง ชาวนาแต่ละภูมิภาคก็ทำนาไม่พร้อมกัน ถ้ามีการสำรวจนั้นจริงๆ ไม่น่าใช่เพราะโครงการรับจำนำข้าวเปิดโอกาสให้ชาวนาทุกคนเข้าร่วมโครงการไม่จำกัดไปยังกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตรา 30
จากข้อมูลของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เกี่ยวกับมูลค่าการจำนำข้าวเฉลี่ยตั้งแต่เริ่มโครงการปลายปี 2554 จนถึงฤดูกาลนาปี 2556/2557 ปรากฏว่าชาวนามากกว่าครึ่ง คือ 54% ได้รับเงินจากการจำนำข้าว ไม่เกินรายละ 1.5 แสนบาท (เป็นชาวนารายเล็กที่มีที่ดินไม่เกิน 12 ไร่) และประมาณ 64% ได้รับเงินจำนำข้าวไม่เกิน 2 แสนบาท (เป็นชาวนาที่มีที่ดินไม่เกิน 25 ไร่) และในฤดูกาลผลิตนาปี 2556/2557 ซึ่งมีการจำกัดให้ชาวนาจำนำได้รายละไม่เกิน 3.5 แสนบาท จะมีชาวนาถึง 79% ที่ได้รับเงินจำนำไม่เกินรายละ 2 แสนบาท ดังนั้น ข้อกล่าวหาดังกล่าวจึงไม่เป็นความจริงและไม่เป็นธรรม
เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ผมเป็นผู้หนึ่งในผู้แทนคดีที่มาชี้แจงข้อกล่าวหากับทาง สนช. ซึ่งเป็นความน่าเสียดายไม่ได้ชี้แจง จึงอยากจะชี้แจงให้ฟังเพราะมีคนพูดเยอะมากว่า ข้าว 1.5 หมื่นบาท แพงเหลือเกิน อยากอธิบายว่า ชีวิตเกษตรกรควรมีคุณภาพที่ดีกว่านี้ แต่ก่อนยางพารา 18 บาท ถ้า 25 บาท ดีใจทั้งภาค เฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท นั่นคือสมัยรัฐบาลทักษิณ เมื่อนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เข้ามาทำให้ยางพาราค่าขึ้นถึง 100 บาท/กก. ขึ้นไปสูงสุดถึง 180 บาท ทำไมข้าวจะทำไม่ได้
รัฐบาลนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ทำให้ข้าวเกวียนละ 6,000 บาท เป็นเกวียนละ 1.2 หมื่นบาท ทำไมจะเป็นจะตายไปหมด ข้าวบาสมาติกิโลกรัมละ 300 กว่าบาท ตันละ 3.4 แสนบาท ซึ่งเกรดเดียวกับข้าวหอมมะลิ ข้าวอิตาลีกิโลกรัมละ 400 กว่าบาท ตันละ 4 แสนกว่าบาท ข้าวหอมมะลิจะราคาขึ้นมา 2 หมื่นกว่าบาท คนที่ปลูกข้าวช้ำอกช้ำใจ อยากมีอนาคตอย่างคนปลูกยางพาราบ้าง ก็อยากให้เห็นใจชาวนาบ้าง
คนเป็นกรรมการคือ ป.ป.ช. และ สนช.ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตามเบื้องต้นต้องมองผู้ถูกกล่าวหาทุกคนสุจริตก่อนในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะคดีอาญาหรือคดีใดก็ตาม ตามปกติต้องมองผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ก่อน ถ้าหลักฐานไม่ชัดเจนก็ปล่อยตัว ไม่ใช่มองว่าผู้ถูกกล่าวหาเป็นผู้ทุจริตก่อนแล้วซ้ำให้หนักกว่าเดิม
วราเทพ : ในกรณีชาวนาเสียชีวิตนั้น มีการกล่าวหาและประโคมข่าวเรื่องชาวนาผูกคอตายเพราะโครงการจำนำข้าว จึงขออนุญาตให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบคอบก่อน ว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากอะไร รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้พยายามตรวจสอบข้อมูลแต่ก็ไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน มีเพียง 2 กรณี ที่มีข้อมูลยืนยันว่า การเสียชีวิตไม่ได้เกิดจากจำนำข้าว คือที่ จ.สุโขทัยและสุรินทร์ ส่วนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ถูก
ขัดขวางเรื่องการกู้เงิน จึงไม่สามารถจ่ายเงินให้กับพี่น้องชาวนาได้ แต่ก็สามารถจ่ายไปมากกว่าครึ่งก่อนการรัฐประหาร และเมื่อไม่มีคนขัดขวาง การกู้เงินของรัฐบาลปัจจุบันก็สามารถจ่ายเงินได้ตามแนวทางที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ดำเนินการไว้ ซึ่งเป็นที่น่าเสียใจ เพราะไม่อยากให้ใครเอาเรื่องความเป็นความตายของพี่น้องชาวนามาเป็นประเด็นทางการเมือง
คำถามข้อที่ 34 : ทำไมท่านจึงไม่ทำโครงการลดน้ำมัน ทั้งๆ ที่เป็นสัญญาประชาคม และท่านคิดว่านโยบายพรรคกับการบริหารประเทศชาติ สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน
วราเทพ : ข้อที่ 1 นโยบายรับจำนำข้าวไม่เพียงแต่เป็นสัญญาประชาคม แต่เป็นนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาอย่างชัดเจนมีรัฐธรรมนูญรองรับ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องผูกพันให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 178 เป็นการกระทำทางบริหารของรัฐบาล ส่วนเรื่องน้ำมันลดราคาถ้ามีอยู่ในนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาแล้ว รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ทำแล้วทุกข้อ ส่วนข้อที่ไม่ได้แถลง รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ทำนโยบายที่เป็นประโยชน์นโยบายเพิ่มเติม บางครั้งเราอาจหยิบประเด็นที่เป็นข่าวตอนหาเสียง หรือมีการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ท้ายที่สุดต้องยึดนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา
กรณีที่ถามว่า นโยบายพรรคกับการบริหารประเทศ อย่างไหนสำคัญกว่ากัน นโยบายพรรค คือ ขั้นตอนที่พรรคการเมืองแสดงให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจเพื่อเลือกเข้ามาบริหารประเทศ ส่วนการบริหารประเทศเป็นหน้าที่รับผิดชอบของผู้ที่เข้ามาเป็นรัฐบาล ซึ่งสำคัญทั้งคู่ การบริหารประเทศต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ นอกจากนั้นก็ต้องพร้อมต่อการตรวจสอบในฐานะที่เป็นรัฐบาลซึ่งเป็นข้อผูกพันทางกฏหมาย จะเปรียบเทียบกันไม่ได้ เป็นคนละสถานะ แต่ทุกพรรคการเมืองก็ต้องเคารพนโยบายของตัวเองและของพี่น้องประชาชน







