posttoday
หมัดต่อหมัด  จำนำข้าว‘เจ๋ง’หรือ‘เจ๊ง’ (จบ)

หมัดต่อหมัด จำนำข้าว‘เจ๋ง’หรือ‘เจ๊ง’ (จบ)

20 มกราคม 2558

คำชี้แจง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีถูกถอดถอน ต่อจากฉบับเมื่อวาน

คำชี้แจง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กรณีถูกถอดถอน ต่อจากฉบับเมื่อวาน

2.วิธีการคำนวณมูลค่าสินค้าคงเหลือที่แตกต่างกัน คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวได้วิธีคำนวณสินค้าคงเหลือ 3 วิธี ได้แก่ คำนวณจากต้นทุน คำนวณจากราคาจำหน่าย และคำนวณจากราคาตลาด โดยเลือกตัวเลขที่ต่ำที่สุด หรือแม้ว่าจะคำนวณสินค้าคงเหลือด้วยวิธีเดียวกัน แต่ถ้าตัวเลขที่นำมาคำนวณต่างกันก็จะให้ผลลัพธ์แตกต่างกัน ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงการคลังใช้ตัวเลขที่ 1.1 หมื่นบาท/ตัน นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมส่งออกข้าวไทย ใช้ตัวเลขที่ 1.5 หมื่นบาทต่อตัน จึงมีความแตกต่างกันที่ 4,243 บาท/ตัน แต่ถ้าจะคำนวณด้วยการใช้ตัวเลขเพียง 1,000 บาท/ตัน สำหรับข้าวสาร 15 ล้านตัน มูลค่าสินค้าคงเหลือจะแตกต่างกันถึง 1.5 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น มูลค่าสินค้าคงเหลือจึงเป็นเรื่องของอนาคต ไม่มีความแน่นอน ขึ้นอยู่กับราคา ณ วันที่ขายจริง จึงเท่ากับว่าตัวเลขสินค้าคงเหลือตามที่ปิดบัญชีจะปรากฏแท้จริงก็ต่อเมื่อมีการขายจริงเท่านั้น

3.ข้อโต้แย้งเรื่องการคิดค่าเสื่อมราคาที่ไม่ตรงกัน ในเรื่องนี้มีหลักคิดหลายแนวคิดแต่ยังไม่เคยมีข้อสรุปที่เป็นบรรทัดฐาน เช่น คณะอนุกรรมการปิดบัญชีคิดค่าเสื่อมปีละ 10% สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ คิดปีแรก 6% 10% และ 20% ตามลำดับ และรัฐบาลที่ผ่านมาคิดค่าเสื่อมระหว่าง 0-10% และ 0-20% ด้วยวิธีที่แตกต่างกันทำให้มูลค่าคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

4.ข้อโต้แย้งการไม่ได้บันทึกมูลค่าข้าวที่ขายให้กับองค์กรของรัฐ ในเรื่องนี้ที่ประชุม กขช.ได้โต้แย้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวที่ไม่ได้บันทึกข้อมูลส่วนนี้ รวมไปถึงการไม่บันทึกข้อมูลข้าวที่แจกให้กับประชาชนในกรณีภัยธรรมชาติ 6 แสนตัน มูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท

จากข้อโต้แย้งทั้ง 4 ประเด็นดังกล่าว หากนำตัวเลขทั้งหมดมาปรับปรุงบัญชีและยอดใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าว ณ วันปิดบัญชี วันที่ 31 พ.ค. 2556 ให้มีความถูกต้องและใกล้เคียงกับความเป็นจริง จะต้องปรับปรุงค่าใช้จ่ายจาก 332,372 ล้านบาท จะเหลือประมาณ 257,148 ล้านบาท

ที่ผ่านมาได้พยายามโต้แย้งทั้ง 4 ประเด็น ให้ ป.ป.ช. พิสูจน์ แต่ ป.ป.ช.เลือกรับฟังตามรายงานของคณะอนุกรรมการปิดบัญชี ทำให้ข้ออ้างเรื่องการขาดทุนไม่ได้รับการพิสูจน์ให้เป็นธรรม ส่วนข้อกล่าวหาว่า โครงการจำนำข้าวทำให้เสียวินัยการเงินการคลังนั้น ยืนยันว่าตลอดเวลาที่ดำเนินการ ไม่ได้ทำให้เสียวินัยการเงินการคลัง โดยสิ้นปี 2556 รัฐบาลรักษาระดับตัวเลขหนี้สาธารณะอยู่ที่ 44.71%

สำหรับข้อกล่าวหารัฐบาลว่า มีปัญหาจ่ายเงินชาวนาในรอบปี 2556-2557 ยืนยันว่าไม่ได้เกิดจากนโยบายจำนำข้าว แต่เกิดจากการที่กลุ่ม กปปส.ขัดขวางการจ่ายเงินชาวนา แต่รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ตนจึงสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งระบายข้าวนำเงินมาจ่ายชาวนา 7 หมื่นล้านบาท และขออนุมัติ ครม.ของบกลาง 2 หมื่นล้านบาท จนมาถึงรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารก็ใช้แนวทางเดียวกับรัฐบาลชุดก่อน

ส่วนข้อกล่าวหาว่ารัฐบาลปล่อยให้มีการทุจริตทุกขั้นตอนนั้น เป็นข้อกล่าวหาที่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง รัฐบาลไม่เคยละเลยข้อแนะนำต่างๆ มีแผนงานป้องกันการทุจริต และเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชี เพื่อป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว และมอบหมายให้ รมต.ที่เกี่ยวข้องประสานกับ ป.ป.ช.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกับโครงการต่างๆ ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เพิกเฉย ส่วนข้อกล่าวหาว่าข้าวไม่ได้คุณภาพ และข้าวหายนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดในสัญญาอย่างชัดเจนว่า หากเกิดความเสียหาย ผู้รับผิดชอบต้องชดใช้ให้รัฐบาลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงไม่สามารถนำมาคำนวณเป็นความเสียหายได้

ด้านการระบายข้าวแบบจีทูจี ป.ป.ช.เห็นว่าหากเป็นรัฐวิสาหกิจจะต้องถือหุ้นโดยรัฐบาลกลางเท่านั้น แตกต่างจากคำจำกัดความของกระทรวงพาณิชย์ที่ระบุว่า อาจถือหุ้นโดยรัฐบาลมณฑลหรือรัฐบาลท้องถิ่นก็ได้ และเมื่อความหมายแตกต่างกัน กระทรวงพาณิชย์ก็ยกเลิกสัญญาขายข้าว 1.2 ล้านตันกับรัฐวิสาหกิจมณฑลเฮย์หลงเจียง

ในฐานะที่เป็นหัวหน้ารัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าไม่มีการทุจริต ส่วนที่ไม่ยกเลิกโครงการ เพราะนายกรัฐมนตรีจะยกเลิกนโยบายโดยพลการไม่ได้ เพราะเป็นรูปแบบของคณะกรรมการที่ต้องร่วมกันพิจารณาตามรัฐธรรมนูญกำหนด ส่วนที่ สตง.ส่งข้อท้วงติงให้ยกเลิกโครงการนั้น ไม่สามารถทำได้ เพราะมีการยุบสภาไปแล้ว

“ป.ป.ช.มีมติให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นองค์คณะไต่สวน โดยไม่ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนก่อน เป็นการข้ามขั้นตอน ส่อเจตนาเร่งรัดผิดปกติ นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลความผิดในวันที่ 8 พ.ค. 2557 ถัดจากวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ตนพ้นจากตำแหน่งเพียงวันเดียว ก็น่าแปลกใจว่า เหตุใดยังให้มีการถอดถอนซ้ำคนที่ไม่มีตำแหน่งแล้วได้อีก จึงอยากขอความเป็นธรรมจาก สนช. ว่า ป.ป.ช.ดำเนินการไม่ปกติ ยินดีให้ตรวจสอบ แต่ขอให้เป็นกระบวนการที่เป็นธรรมตามหลักนิติธรรม”

ทั้งนี้ จะมีการประชุม สนช.ในวันที่ 16 ม.ค. เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ซักถามคู่กรณีต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค