posttoday
รัฐขอเอกชนช่วยพยุงราคายางพารา

รัฐขอเอกชนช่วยพยุงราคายางพารา

19 มกราคม 2558

รัฐบาลขอความร่วมมือเอกชน ให้ช่วยซื้อยางเก็บสต็อก เพื่อพยุงราคายางพาราในประเทศ

รัฐบาลขอความร่วมมือเอกชน ให้ช่วยซื้อยางเก็บสต็อก เพื่อพยุงราคายางพาราในประเทศ

นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ รมว.พาณิชย์ นายอำนวย ปะติเส รมช.เกษตรและสหกรณ์  และภาคเอกชนผู้ส่งออกยางพารา และเอกชนผู้รับซื้อน้ำยางรายใหญ่ของไทย ว่าที่ประชุมได้เชิญภาคเอกชนมาเพื่อขอความร่วมมือ  ในการช่วยกันพยุงราคายางพาราในประเทศ ที่เดิมคาดว่าจะขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง แต่กลับมาเจอปัญหาราคาน้ำมันตกต่ำ

ทั้งนี้มาตรการสำคัญที่ภาครัฐเสนอให้เอกชนดำเนินการคือ การช่วยเหลือรับซื้อยางแผ่นรมควันชั้น 3  และเก็บสต็อกไว้ส่วนหนึ่ง ตามราคาที่กระทรวงเกษตรฯกำหนดในราคานำตลาด ซึ่งปัจจุบันราคายางอยู่ที่ 62 บาทต่อกก.และจะเก็บไว้ระยะเวลาหนึ่งเพื่อเตรียมจำหน่าย โดยรัฐจะช่วยเหลือในเรื่องความเสี่ยงส่วนหนึ่ง ในกรณีที่ขายและราคาต่ำกว่าราคาที่รับซื้อ   ทั้งนี้ภาคเอกชนขอเวลา 1สัปดาห์เพื่อสำรวจว่าจะช่วยภาครัฐในโครงการนี้ได้ปริมาณเท่าไหร่

"เบื้องต้นคาดว่าน่าจะหลายหมื่นตัน แต่ไม่ถึง 1 แสนตัน เพราะเอกชนก็ต้องซื้ออมาขายไปเช่นกัน  ซึ่งตรงตามเป้าหมายของภาครัฐคือไม่ต้องการให้เป็นสต็อกตายและรัฐก็ไม่ต้องการสต็อกยางไว้เช่นกัน ดังนั้นโครงการนี้จะเป็นช่วยเหลือชาวสวนยางด้วยกัน ซึ่งทั้งหมดคาดว่าหนึ่งสัปดาห์จะได้ข้อยุติ"รมว.เกษตรฯกล่าว

ในขณะที่กระทรวงเกษตรฯจะหารือกับที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 20 ม.ค.  นี้เพื่อให้เร่งรัดโครงการสินเชื่อให้กับภาคเอกชน 1 หมื่นล้านบาทโดยรัฐชดเชยดอกเบี้ย 3% ที่จะให้สมาคมน้ำยางข้นเข้าซื้อน้ำยางดิบจากเกษตรกร   เนื่องจากภาคเอกชนขอให้รัฐเร่งพิจารณาผลักดันเพราะตั้งแต่รัฐบาลมีมาตรการออกมาตั้งแต่ปลายปีจนปัจจุบันสินเชื่อดังกล่าวยังไม่คืบหน้าทำให้การซื้อน้ำยางดิบจากเกษตรกรยังไม่กระจายในวงกว้าง

พล.อ.ฉัตรชัย. สาลิกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวภายหลังการประชุมว่าการประชุมครั้งนี้เพื่อขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้ช่วยรับซื้อพยุงราคายางพาราที่ตกต่ำ หาทางออกหรือมาตรการพยุงราคายางพาราระยะสั้นที่อาจเกิดจากผลกระทบจากราคายางพาราตกต่ำได้ภายในสัปดาห์นี้ สัปดาห์หน้าจะนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อเห็นชอบในมาตรการซื้อยางพาราพยุงราคาตกต่ำในระยะสั้น

ส่วนบทบาทในการขายยางพารากระทรวงพาณิชย์ได้เจราจากับกระทรวงการค้าของรัฐเซีย เบื้องต้นรัฐเซียตกลงซื้อยางพาราไทย 8 หมื่นตัน เป็นการตกลงแบบฉันมิตรโดยไม่มีข้อต่อรองใดๆ ทั้งเรื่องราคาและเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนแม้แต่เรื่องของการซื้อยางพาราเพื่อแลกกับการให้ไทยซื้อยุทโธปกรของรัฐเซียก็ไม่มีในล็อตแรก แต่หากจะมีการซื้อล็อตต่อไป อาจมีการเจรจาเงื่อนไขอีกครั้งแต่การเจรจาซื้อขายสินค้าเกษตรหรือสินค้าใดๆผมไม่ใช่คนที่มีอำนาจที่จะตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากับใครก็ได้”พล.อ.ฉัตรชัยกล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ