posttoday
มือดีสมัครพรึ่บ โอกาสทองสะสางอคส.

มือดีสมัครพรึ่บ โอกาสทองสะสางอคส.

19 มกราคม 2558

ในที่สุดองค์การคลังสินค้า (อคส.) รัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่สารพัดอย่างในการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรของรัฐ จนกลายเป็น “ถังข้าวสาร” ของบรรดานักการเมือง ภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ ก็เปิดรับสมัครสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ” หลังจาก ชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ได้ลาออกไปเมื่อเดือน ก.ย. 2557

ในที่สุดองค์การคลังสินค้า (อคส.) รัฐวิสาหกิจที่ทำหน้าที่สารพัดอย่างในการแทรกแซงราคาพืชผลทางการเกษตรของรัฐ จนกลายเป็น “ถังข้าวสาร” ของบรรดานักการเมือง ภายใต้การกำกับของกระทรวงพาณิชย์ ก็เปิดรับสมัครสรรหาผู้มาดำรงตำแหน่ง “ผู้อำนวยการ” หลังจาก ชนุตร์ปกรณ์ วงศ์สีนิล ได้ลาออกไปเมื่อเดือน ก.ย. 2557

ในที่สุดก็มี “ผู้กล้า” อาสาเข้ามาทำงานที่สุ่มเสี่ยงกับคดีความมากถึง 5 คน

จินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานกรรมการ อคส. อดีตอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ผู้สนใจสมัครเข้ารับการคัดเลือก 5 ราย ได้แก่ วิวัฒน์ ตีระวนิชพงศ์ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย อดีตผู้บริหารกลุ่มบริษัทน้ำตาลมิตรผล พิชย์พิพรรธ ศรีตระกูลรักษ์ ประธานกรรมการ บริษัท พันปีกรุ๊ป (ไทย ลาว กัมพูชา) เดชจรัส ชาญวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บากาสซ์ ไดร์เออร์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) พีระพันธ์ เหมะรัต กรรมการชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนแห่งประเทศไทย

กฤษฎากร พจมานศิริกุล ที่ปรึกษาประจำบริษัท สหพัฒนพิบูล กรรมการอำนวยการวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรรมการสายงานการค้าชายแดน และกรรมการเขตเศรษฐกิจ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นี่คือ 5 ผู้กล้าที่จะเข้ามาทำงานในถังข้าวสารของประเทศ ซึ่งในแต่ละปีมีภารกิจในการเข้าแทรกแซงพืชเศรษฐกิจสำคัญจำนวนมาก ทั้งมันสำปะหลัง ยางพารา ข้าว หอมแดง ข้าวโพด ด้วยงบประมาณที่สูงปีละกว่า 5 หมื่นล้านบาท และแต่ละครั้งล้วนแล้วแต่มีกลิ่นฉาวโฉ่ทั้งสิ้น

ขณะที่ตามแผนของกระทรวงพาณิชย์นั้นมีการตั้งเป้าว่า ในปี 2558-2559 จะมีรายได้จากการให้บริการเฉลี่ย 2,260.04 ล้านบาท/ปี และน่าจะมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมเฉลี่ย 2,349.39 ล้านบาท เนื่องจากมีข้อผูกมัดกับรัฐบาลจำนวนมาก

ว่ากันว่า ตัวเต็งเก็ง 1 รอบนี้เป็น “วิวัฒน์” ที่รู้เรื่องพืชผลทางการเกษตรเป็นอย่างดี

สัปดาห์หน้า คณะอนุกรรมการสรรหาจะประชุมกำหนดคุณสมบัติและเปิดรับฟังวิสัยทัศน์จากผู้สมัคร โดยบอร์ด อคส.ต้องการให้เร่งดำเนินการให้เร็ว เพื่อให้มีผู้บริหารเข้ามาบริหารจัดการงานภายใน อคส. ซึ่งตามขั้นตอนน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน หรือไม่เกินเดือน มี.ค. 2558 น่าจะได้ข้อสรุป

“ส่วนตัวเห็นว่าคุณสมบัติเด่นของผู้อำนวยการ อคส. ในปัจจุบันควรเป็นบุคคลที่มีฝีมือในด้านพัฒนาธุรกิจเชิงพาณิชย์ สามารถทำรายได้ให้ อคส. สามารถเลี้ยงตัวเองและทำกำไรจากเครื่องมือที่มีอยู่ เช่น รายได้จากนำเข้าสินค้าเกษตร พัฒนาสินค้าและส่งออก” ประธานบอร์ด อคส. กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่ผู้อำนวยการ อคส. จะต้องเผชิญกับปัญหาหนักมาก เนื่องจากก่อนหน้านี้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ภายใต้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้ระดมเจ้าหน้าที่ 100 คณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวในคลังของรัฐบาล 1,787 แห่ง และ 137 ไซโลทั่วประเทศ เพื่อตรวจข้าวในสต๊อกรัฐบาลมีกว่า 18 ล้านตัน แยกเป็นในส่วนที่ อคส.ดูแล 14 ล้านตัน และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) อีก 4 ล้านตัน พบว่ามีข้าวหายจำนวนมากถึง 3.6 ล้านตัน ปัจจุบันปลัดกระทรวงพาณิชย์และประธานบอร์ด อคส.จึงได้เข้าแจ้งความกับตำรวจกองปราบปรามเพื่อเอาผิดกับขบวนการดังกล่าว

เป็นการเอาผิดกับคู่สัญญาของ อคส.ที่ยอมจ่ายค่าเช่าปีละกว่า 2,600 ล้านบาท แต่กลับพบว่ามีข้าวที่ไม่ได้คุณภาพเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผิดชนิดข้าว 5 ราย จำนวน 5 จังหวัด 10 โกดังกลาง กลุ่มข้าวเสีย 13 ราย จำนวน 22 จังหวัด 94 โกดังกลาง และกลุ่มข้าวไม่ตรงตามมาตรฐาน จำนวน 59 ราย 51 จังหวัด 652 โกดังกลาง รวมทั้งสิ้น 3.6 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท

ความเสียหายครั้งนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อคส.ทั้งหมด เพราะเป็นการแจ้งความดำเนินคดีกับคู่สัญญาของ อคส. แน่นอนที่สุดก็จะลามมาที่การตั้งกรรมการสอบสวนผู้บริหารของ อคส.หรือไม่ เพราะเป็นไปไม่ได้ที่การทำสัญญา 77 ฉบับของ อคส. ที่สร้างความเสียหายถึง 6.5 หมื่นล้านบาทนั้น จะไม่มีผู้บริหาร อคส.รายใดรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเลย

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาในการเอาผิดกับผู้บริหารและพนักงานที่ทุจริตระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลเพื่อจัดทำข้าวถุงของ อคส. 2.5 ล้านตัน

ประการต่อมา ต้องตัดสินใจว่าจะลงทุนสร้างโกดัง 1,500 แห่ง เป็นของตัวเอง หรือจะเป็นผู้ดำเนินการเช่าโกดังเอกชนในการเก็บพืชผลทางการเกษตร จนเกิดการโกงมโหฬารและต้องใช้จ่ายปีละ 2,600 ล้านบาท แต่มีรายได้จากการบริหารการรับจำนำข้าวประมาณ 100 บาท/ตัน

ขณะเดียวกัน ยังต้องเข้าไปสะสางหนี้คงค้างของ อคส. ที่ประธานบอร์ดระบุว่า ขณะนี้ได้เร่งดำเนินการแล้วกว่า 50% โดยในส่วนการจ่ายหนี้คงค้างให้โรงสีตามโครงการรับจำนำข้าวในอดีตตั้งแต่เดือน ต.ค. 2557 ถึงต้นเดือน ม.ค. 2558 จ่ายไปแล้วกว่า 4,000 ล้านบาท จากยอดเต็มกว่า 1 หมื่นล้านบาท

พันธกิจที่สำคัญอีกประการ คือ การสะสางปัญหาการค้างหนี้ของคู่สัญญาที่ผิดสัญญากับ อคส. เช่น โรงสี ส่งมอบข้าวสีแปรเข้าโกดังหลวงเกินเวลากำหนด ผู้ซื้อข้าวรัฐมารับข้าวและส่งออกไม่ทันเงื่อนไข ซึ่งการผิดสัญญาต้องถูกปรับในอัตราต่อวัน 0.1-0.2% แต่เมื่อคิดเป็นอัตราค่าปรับต่อปีสูงถึง 38-73% จึงเป็นเหตุให้ค่าปรับสูงกว่าเงินต้น ทำให้เอกชนไม่อาจหาเงินจ่ายคืนได้

ปัจจุบัน อคส.ได้ทำหนังสือไปยังกฤษฎีกาว่า อคส. มีอำนาจให้การลดอัตราค่าปรับให้เป็นไปตามกฎหมายแพ่งและอาญาทั่วไป หรือคิดในอัตราปีละ 7.5-15% ได้หรือไม่ เพราะเห็นว่าสัญญาไม่เป็นธรรม และเกิดผลต่อการปิดบัญชีของ อคส. ที่คงค้างจำนวนมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท หากทำได้ เอกชนที่ติดหนี้กับ อคส.ก็พร้อมที่จะจ่าย และทำให้ปัญหาเรื่องผิดสัญญาหมดลง และเอกชนเองก็สามารถรับคืนเงินวางค้ำประกันกลับไปได้ โดยน่าจะทำได้จบภายในปี 2558

จินตนา กล่าวว่า ส่วนของการเตรียมพร้อมของ อคส. เพื่อรองรับการเปิดประมูลข้าวแบบยกคลังปริมาณ 1 ล้านตัน ที่กรมการค้าต่างประเทศจะประกาศทีโออาร์ในวันที่ 20 ม.ค. 2558 นั้น ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ อคส.เตรียมพร้อมสัญญาและการส่งมอบข้าวในโกดังต่างๆ ซึ่งเชื่อว่าจำนวนข้าวที่เปิดระบายไม่ได้กระทบต่อราคาข้าวในตลาดแน่นอน เพราะข้าวในตลาดช่วงนี้ลดลง และข้าวนาปรัง 2558 ผลผลิตไม่น่าจะมีมาก

การสรรหามือดีมาทำงานใน อคส.รอบนี้ต้องจับตามอง เพราะที่ผ่านมาองค์กรนี้คนที่จะทำหน้าที่ดูแลถังข้าวสารขนาดมหึมามักมีใบสั่งจากนักการเมือง แต่รอบนี้อำนาจอยู่ในมือข้าราชการกระทรวงพาณิชย์เต็ม 100%

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69