posttoday
เคล็ดลับยักษ์ค้าปลีก บุกได้ไม่ต้อง ‘ปักฐาน’

เคล็ดลับยักษ์ค้าปลีก บุกได้ไม่ต้อง ‘ปักฐาน’

19 มกราคม 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ธุรกิจค้าปลีก ถือเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่สุดธุรกิจหนึ่งของไทย มีมูลค่าต่อจีดีพีอยู่ที่ 14% หรือราว 1.4-1.5 ล้านล้านบาท เข้าข่ายประเทศที่มีธุรกิจค้าปลีกแข็งแกร่งที่สุดประเทศหนึ่งในอาเซียน อย่างไรก็ดีความแข็งแกร่งดังกล่าวอาจไม่ได้ยืนยันว่าธุรกิจไทยจะไปบุกตลาดเพื่อนบ้านได้ง่ายเสมอไป

บุญเกียรติ เตชมานะชัย รองประธานกรรมการ ฝ่ายการค้าและพาณิชย์ กลุ่มสินค้าอุปโภค บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารเทสโก้ โลตัส เปิดประเด็นว่า การเข้าไปเริ่มต้นพัฒนาห้างสรรพสินค้าเพื่อดำเนินธุรกิจค้าปลีกในต่างประเทศนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีเรื่อง “ลึกล้ำ” ที่เข้าใจได้ยากอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค ต่อให้มีระบบที่ดีเพียงใด ก็ไม่ได้ยืนยันว่านำระบบเดียวกันไปใช้ในประเทศอื่นแล้วจะไม่ “ล่ม” กลับมา

“เราเคยเข้าไปในญี่ปุ่น แล้วเราก็ต้องถอยออกมา เราเข้าไปในสหรัฐอเมริกา แล้วเราก็ต้องถอยออกมาเหมือนกัน เพราะมันมีเรื่องที่ซับซ้อนพอสมควร จะไปอาเซียนก็อาจต้องรอดูให้ชัดเจนกว่านี้ สมมติเปิดแล้วรายได้โตปีละ 3% แต่เงินเดือนพนักงานต้องปรับเพิ่มปีละ 4-5% เป็นอย่างต่ำ ก็อยู่ไม่ได้”

บุญเกียรติ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาผู้บริหารของเทสโก้ มองตลาดลาวและพม่ามาระยะหนึ่งแล้ว แต่เบื้องต้นรูปแบบการเข้าไป อาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธี “ขยายฐาน” ในประเทศนั้นๆ อาจนำเพียงความรู้ด้านค้าปลีกของบริษัทไปเจาะตามชายแดนที่มีศักยภาพ ใช้ระบบโลจิสติกส์ของบริษัทให้เป็นประโยชน์ ก่อนหน้านี้บริษัทลงทุนด้านโลจิสติกส์ไปมหาศาล ทำให้มีศูนย์โลจิสติกส์ที่ขอนแก่นแล้ว และกำลังจะเปิดเพิ่มอีกแห่งหนึ่งที่สุราษฎร์ธานีเร็วๆ นี้

อย่างไรก็ดี วิธีการบุกต่างประเทศของเทสโก้ ไม่ใช่เพียงการเจาะตลาดชายแดนอย่างเดียวเท่านั้น แต่จะใช้วิธีเจาะตลาดออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Lazada ควบคู่กันไปด้วย เนื่องจาก Lazada สามารถเจาะฐานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วถึง 6 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และไทย

ทั้งนี้ ข้อดีของช่องทางออนไลน์คือ ไม่ต้องสต๊อกสินค้า กระบวนการต่างๆ เกิดขึ้นได้เร็วและง่าย ไม่จำเป็นต้องนำเงินก้อนใหญ่ไปลงทุน

ขณะที่ ฉัตรชัย ตวงรัตนพันธ์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมผู้ค้าปลีกไทย มองว่า ขณะนี้การไปพัฒนาดีพาร์ตเมนต์สโตร์ในประเทศเพื่อนบ้านยังไม่น่าสนใจ การไปพัฒนาสเปเชียลตี้สโตร์ ซึ่งจำหน่ายสินค้าเฉพาะประเภท จะสามารถเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายกว่า

ส่วนการใช้ช่องทางออนไลน์บุกตลาดประเทศเพื่อนบ้านนั้น เหมาะสำหรับกลุ่มสินค้าที่เจาะตลาดคนทั่วไป (Mass Products) เป็นหลัก ไม่เหมาะกับสินค้าระดับพรีเมียมหรือลักซ์ชัวรี่ เนื่องจากผู้ซื้อยังต้องการสัมผัสสินค้าประเภทดังกล่าวด้วยตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ

ด้าน รุธิร์ พนมยงค์ หัวหน้าโครงการวิจัยการแสวงหาผลประโยชน์และโอกาสจากความตกลงการค้าบริการของอาเซียน (AFAS) ในภาคธุรกิจการค้าส่งและค้าปลีก สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ไอทีดี) เล่าว่า สินค้าที่ได้รับความนิยมในตลาดค้าปลีกค้าส่งของอาเซียนแต่ละประเทศ ยังค่อนข้างแตกต่างกัน เช่น เวียดนามมียอดขายกลุ่มสินค้าตกแต่งบ้านสูงกว่าประเภทอื่นๆ ขณะที่สินค้ายอดฮิตในอินโดนีเซีย คือ เสื้อผ้าและรองเท้า สิงคโปร์นิยมยา เครื่องสำอาง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69