posttoday
ทิสโก้ลุยรีทญี่ปุ่นรายแรก

ทิสโก้ลุยรีทญี่ปุ่นรายแรก

19 มกราคม 2558

บลจ.ทิสโก้ ประเดิม ออกกองทุนลุยอสังหาฯ ญี่ปุ่นมั่นใจปีนี้มาแรง

บลจ.ทิสโก้ ประเดิม ออกกองทุนลุยอสังหาฯ ญี่ปุ่นมั่นใจปีนี้มาแรง

นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เปิดเผยว่า วันที่ 19-30 ม.ค. บริษัทเปิดขายกองทุนทิสโก้ เจแปน รีท มีนโยบายลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ผ่านกองทุน NEXT FUNDS Tokyo Stock Exchange REIT Index Exchange Traded Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมอีทีเอฟ ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว

ทั้งนี้ กองทุนทิสโก้ เจแปน รีท เป็นกองทุนแรกของไทยที่มีนโยบายลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท ไม่กำหนดอายุโครงการและสามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ

“เรามองว่าในปีนี้การกระจายความเสี่ยงการลงทุนไปต่างประเทศยังคงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยมองกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น หรือ J-REITs มีความน่าสนใจ เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนจากนโยบายอาเบะโนมิกส์ที่กระตุ้นให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัว รวมถึงมาตรการ QQE ที่ต้องการฟื้นฟูภาคอสังหาริมทรัพย์” นายสาห์รัช กล่าว

พร้อมกันนี้ นายสาห์รัช มั่นใจว่ากองทุนทิสโก้ เจแปน รีท จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

“จุดเด่นของ J-REITs คือมีสภาพคล่องสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างต่ำ 90% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี และยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับการลงทุนในอสังหาฯ ประเทศพัฒนาแล้ว” นายสาห์รัช กล่าว

นายคมศร ประกอบผล หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ กล่าวว่า ในปีนี้การลงทุนใน REIT จะให้ผลตอบแทนได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยแนะนำการลงทุนเพิ่มในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกำลังฟื้นตัวได้ดีจากปัจจัยสนับสนุนต่อไปนี้

1.ปัจจุบันราคาที่ดินในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่นเริ่มปรับตัวขึ้น หลังจากปรับตัวลงต่อเนื่องมาตลอด 6 ปีก่อนหน้า ซึ่งจะทำให้รายได้จากค่าเช่าของ J-REITs ปรับตัวขึ้นตามรวมถึงค่าเช่าอาคารสำนักงานซึ่งเป็นกลุ่มหลักของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น เนื่องจากอัตราพื้นที่ว่างของสำนักงานให้เช่า (Vacancy Rate) ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเขตโตเกียว

2.อัตราการสร้างบ้านใหม่ในญี่ปุ่นก็ยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำหลังจากเกิดวิกฤต เศรษฐกิจโลกในปี 2551 ซึ่งทำให้อุปทานของที่อยู่อาศัยอยู่ในสภาพตึงตัว นอกจากนั้นชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ยังมีแนวโน้มนิยมการเช่าแทนการซื้อบ้าน เนื่องจากภาษีมรดกที่สูงถึง 40% ทำให้คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่นิยมเช่าบ้านอยู่อาศัย

3.กลุ่มโรงแรม การท่องเที่ยวขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการอ่อนค่าของเงินเยน ช่วยเพิ่มความต้องการห้องพักของนักท่องเที่ยว โดยในปี 2557 มีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นราว 13 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับปี 2554 อีกด้วย

4.ส่วนต่างระหว่างเงินปันผลของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นกับดอกเบี้ยที่ได้จากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว (Dividend Yield Spread) ยังสูงสุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว

5.ธนาคารกลางญี่ปุ่นยังเพิ่มเป้าหมายการเข้าซื้อ J-REITs ในปี 2558 ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (QQE2) จำนวน 9 หมื่นล้านเยน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ซื้อไปแล้ว 3 หมื่นล้านเยน

“จากปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมา จึงทำให้กองทุนอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่นเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจในปี 2558” นายคมศร กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ