
การพัฒนา SMEs
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม AEC Symposium 2014 เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ การประชุมครั้งนี้มีทั้งผู้แทนจากประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ รวมถึงการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 ทำให้ได้รับรู้ถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม AEC Symposium 2014 เมื่อกลางเดือน ต.ค. 2557 ที่ผ่านมา ณ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ การประชุมครั้งนี้มีทั้งผู้แทนจากประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ รวมถึงการ
เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 ทำให้ได้รับรู้ถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ
ไม่ว่าจะเป็นความก้าวหน้าภายใต้แผนบูรณาการด้านเศรษฐกิจเพื่อมุ่งสู่ AEC (AEC Blue Print) ทั้ง 4 ส่วน ได้แก่
1.การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว เพื่อให้มีการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ และเงินทุนอย่างเสรี ซึ่งมีการดำเนินงาน อาทิ จัดทำฐานข้อมูลอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Non Tariff Barriers : NTBs) กำหนดมาตรฐานด้านการค้า จัดทำโครงการนำร่อง ASEAN Single Window และการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง การเปิดเสรีด้านการค้าบริการ การขึ้นทะเบียนวิชาชีพในสาขาบริการสำหรับแรงงานฝีมือ การลดข้อจำกัดด้านการลงทุน การเปิดเสรีบริการทางการเงิน ฯลฯ
2.การพัฒนาไปสู่ภูมิภาคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง ซึ่งมีการดำเนินงาน อาทิ พัฒนานโยบายและกฎหมายการแข่งขัน จัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพย์สินทางปัญญา การเปิดเสรีบริการด้านคมนาคมทางอากาศและการอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่ง โครงการทางหลวงอาเซียน การลดค่าบริการใช้งานโทรคมนาคมข้ามเครือข่ายระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน โครงการระบบสายส่งไฟฟ้าอาเซียน/โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน ฯลฯ
3.การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค มีความเท่าเทียมกันในประเทศ ซึ่งมีการพัฒนาตัวชี้วัดเชิงนโยบายในการพัฒนา SMEs อาเซียน ASEAN Benchmark on SME Credit Rating Methodology การประชุมเชิงปฏิบัติการด้านเทคนิคสำหรับการค้า การเงิน ความตกลงการค้าเสรี การเจรจาต่อรอง การเปิดเสรีทางการค้า
4.การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ซึ่งที่ผ่านมา ASEAN มีความตกลงการค้าเสรีจำนวน 5 ฉบับ รวม 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ปัจจุบันอยู่ระหว่างหารือความเป็นไปได้ในการจัดทำข้อตกลงการค้าเสรีกับฮ่องกง รวมถึงความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาคที่พัฒนาจากความตกลงเขตการค้าเสรีที่มีอยู่เดิม เพื่อให้มีความร่วมมือทั้งเชิงลึกและเชิงกว้างกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาค
ในเวทีการประชุมครั้งนี้ ได้เปิดเผยผลการศึกษาของ Boston Consulting group ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจสามารถผลักดันให้ GDP ของอาเซียนมีแนวโน้มสูงขึ้น เห็นได้จากปี 2546 GDP อาเซียนมีมูลค่า 0.7 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในลำดับที่ 10 ของโลก ในปี 2556 GDP อาเซียนเพิ่มขึ้นเป็น 5.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ อยู่ในลำดับที่ 5 ของโลก ซึ่งมีผลมาจากการมีรายได้เพิ่มขึ้นของชนชั้นกลางในอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และพม่า การเพิ่มขึ้นของกำลังแรงงานและผลิตภาพแรงงาน โดยประเทศที่ดึงดูดชาวต่างชาติ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม และพม่า
อย่างไรก็ดี การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะนำมาทั้งโอกาสและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจ ผู้ที่จะอยู่รอดได้จึงต้องสามารถเอาชนะความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างของตลาด ความยากลำบากในการติดต่อ/เกี่ยวข้องกับภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบสาธารณูปโภคและระเบียบ กฎเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงการแสวงหาและรักษาไว้ซึ่งแรงงานที่มีประสิทธิภาพ ฯลฯ







