
จับตาแก้อุปสรรค บูมค้าชายแดน
การค้าชายแดนจัดว่าเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการส่งออกที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2558 หลายฝ่ายคาดว่าเครื่องยนต์นี้จะยังคงขยายตัวเพิ่มมากขึ้นทะลุยอด 1 ล้านล้านบาทได้ การจัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าชายแดนจึงสำคัญไม่แพ้การทำยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ
การค้าชายแดนจัดว่าเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนการส่งออกที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2558 หลายฝ่ายคาดว่าเครื่องยนต์นี้จะยังคงขยายตัวเพิ่มมากขึ้นทะลุยอด 1 ล้านล้านบาทได้ การจัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าชายแดนจึงสำคัญไม่แพ้การทำยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจด้านอื่นๆ
กระทรวงพาณิชย์ หัวเรือใหญ่ในการผลักดันการค้าได้จัดทำยุทธศาสตร์พัฒนาการค้าชายแดนในปี 2558 โดยตั้งเป้าหมายว่าจะเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนให้ได้ 1.5 ล้านล้านบาท พร้อมผลักดันให้เศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนขยายตัวเพิ่มขึ้น มีจำนวนธุรกิจใหม่ที่จดทะเบียนมากขึ้น และมีคนจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางเข้ามายังจังหวัดชายแดนฝั่งไทยมากขึ้นด้วย
ยุทธศาสตร์พัฒนาการค้าชายแดนแบ่งเป็น 4 ยุทธศาสตร์ย่อย เพื่อส่งเสริมให้การดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยเพื่อเพิ่มมูลค่าการค้า โดยจะอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน ขยายตลาดการค้าของไทยในประเทศเพื่อนบ้าน และพัฒนานวัตกรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การพัฒนาด่านชายแดน การขยายเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน การยกระดับด่านสิงขร การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้า เช่น การสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก การจัดมหกรรมการค้าชายแดนร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้น
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการค้าชายแดน โดยมีเป้าหมายจะเสริมสร้างขีดความสามารถของผู้ประกอบการค้าชายแดน สร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการไทยกับเพื่อนบ้าน และพัฒนาประสิทธิภาพบุคลากรภาครัฐ
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเชื่อมโยงฐานการผลิตระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และส่งเสริมการเข้าไปลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้นให้ขยายการลงทุนนอกประเทศ ส่งเสริมการผลิตและการค้าในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ
ยุทธศาสตร์ที่ 4 การเร่งรัดแก้ปัญหาและใช้ประโยชน์จากความร่วมมือในอนุภูมิภาค โดยมีเป้าหมายลดอุปสรรคทางการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการประชุมทั้งในระดับทวิภาคีและอนุภูมิภาค
ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดพบว่า การค้าของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางการค้าชายแดนและผ่านแดนยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยการค้าชายแดน (มาเลเซีย พม่า ลาว กัมพูชา) เดือน พ.ย. 2557 มีมูลค่า 8.91 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.8% และช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 2557) มีมูลค่า 9.01 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งในภาพรวม ไทยได้ดุลการค้าชายแดนรวม 4 ประเทศ เป็นมูลค่า 1.77 แสนล้านบาท
ขณะที่การค้าผ่านแดน (สิงคโปร์ จีนตอนใต้ และเวียดนาม) เดือน พ.ย. มีมูลค่า 1.68 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 56.4% และรวม 11 เดือน มีมูลค่า 1.42 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.2% โดยไทยทำการค้ากับสิงคโปร์สูงที่สุด รองลงมาได้แก่ เวียดนาม และจีนตอนใต้
ฝั่งของเอกชน บุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย ประเมินว่า การค้าชายแดนของ จ.เชียงราย ในปี 2558 น่าจะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 20% เนื่องจากผู้ประกอบการมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจน และเชียงรายมีชายแดนติดประเทศลาวและพม่า อีกทั้ง จ.เชียงราย ยังเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าเข้าสู่ภาคใต้ของประเทศจีน ส่งผลให้การค้าผ่านแดนเติบโตตามไปด้วย
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันเพื่อนบ้านบางประเทศเริ่มมีความเข้มงวดด้านการค้าชายแดนมากขึ้น โดยเฉพาะพม่า ซึ่งการส่งสินค้าจาก อ.แม่สาย จ.เชียงราย ไปยัง จ.ท่าขี้เหล็ก ของพม่า จะมีการตรวจเข้มสินค้าก่อนนำเข้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่พม่าได้ปรับปรุงกฎระเบียบภายใน มีการจัดเก็บภาษีที่เข้มงวดมากขึ้น ดังนั้นสินค้าที่ส่งเข้าไปจะถู กตรวจสอบเพื่อความถูกต้อง
ความเข้มงวดดังกล่าวไม่ถึงกับทำให้การค้าสะดุดลง แต่เป็นการเพิ่มขัั้นตอนการตรวจสอบให้เข้มข้นมากขึ้น ซึ่งหากผู้ประกอบการดำเนินการถูกต้องก็จะไม่มีปัญหา ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยบางส่วนได้เปลี่ยนเส้นทางการขนส่งสินค้าเข้าพม่า โดยใช้ช่องทาง อ.แม่สอด จ.ตาก เพราะสามารถขนส่งสินค้าไปยังกรุงย่างกุ้งได้เร็วกว่าและขั้นตอนการส่งสินค้าง่ายกว่า
นอกจากนี้ ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐเร่งเจรจากับประเทศจีนเรื่องการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากสินค้าไทยที่ส่งเข้าจีนโดยตรง ซึ่งปัจจุบันจีนเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้าไทยในอัตรา 12-13% ทำให้ผู้ประกอบการต้องพึ่งพาการส่งผ่านประเทศเพื่อนบ้านก่อนส่งเข้าจีน เนื่องจากจีนเก็บภาษีสินค้าของประเทศอื่น เช่น พม่า ในอัตราเพียง 6% หากเจรจาได้จะทำให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าถูกลง เพราะสามารถขนส่งทางน้ำเข้าไปจีนได้โดยตรง
“การเจรจาเรื่องภาษีเป็นหน้าที่ของภาครัฐ ซึ่งภาคเอกชนหวังว่ารัฐบาลจะเร่งเจรจากับทางจีนให้ช่วยผ่อนปรนการเก็บภาษีให้ ซึ่งหากเจรจาสำเร็จน่าจะทำให้การค้าเพิ่มขึ้นได้ 30-40%”
นฤมล ขรภูมิ ประธานหอการค้า จ.ระนอง กล่าวว่า ปีนี้การค้าชายแดนไทย-พม่าในพื้นที่ของจังหวัดน่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10% เนื่องจากทางระนองและเกาะสองของพม่าได้ลงนามเป็นเมืองพี่เมืองน้องกันอย่างถูกต้องแล้ว ซึ่งจะทำให้เกิดการส่งเสริมทั้งด้านการค้าและการลงทุน
อย่างไรก็ตาม จ.ระนอง ยังคงต้องการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความพร้อมมากกว่าปัจจุบัน โดยเฉพาะถนน ท่าเรือ เช่น ถนนเส้นทางชุมพร-ระนอง และท่าเรือเฟอร์รี่สำหรับการขนส่งสินค้าลงแพข้ามแม่น้่้ำไปยังพม่า ในกลุ่มสินค้ารถจักรยานยนต์ อีกทั้งยังต้องการการพัฒนาพื้นที่ปลอดภาษี เป็นต้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อไทยในการใช้ จ.ระนอง เป็นเมืองท่าในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
การพัฒนาการค้าชายแดนต่อจากนี้ จึงต้องอาศัยการจับมือกันทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชนที่แนบแน่นยิ่งขึ้น พร้อมเดินเกมรุกให้ทันท่วงที เพื่อรักษาและเพิ่มอัตราเร่งของเครื่องยนต์เศรษฐกิจให้ได้ตามเป้าหมาย







