posttoday
สถิติ SET INDEX ที่ท่านอาจไม่รู้ (ตอนที่ 2)

สถิติ SET INDEX ที่ท่านอาจไม่รู้ (ตอนที่ 2)

14 มกราคม 2558

สัปดาห์นี้เรามาดูสถิติของ SET INDEX กันต่อครับ หลังจากที่ SET INDEX ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดที่ 1,789.16 จุด เมื่อเดือน ม.ค. 2537 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ก็เปลี่ยนทิศทางเป็นขาลงหลังจากที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นมาตลอดช่วงเวลา 18 ปี 9 เดือน โดยลงไปถึง 204.59 จุด ในเดือน ก.ย. 2541 คือลงไปถึง 1,584.57 จุด หรือ 88.60% ภายในเวลาเพียง 4 ปี 8 เดือน

สัปดาห์นี้เรามาดูสถิติของ SET INDEX กันต่อครับ หลังจากที่ SET INDEX ขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดที่ 1,789.16 จุด เมื่อเดือน ม.ค. 2537 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ก็เปลี่ยนทิศทางเป็นขาลงหลังจากที่มีแนวโน้มเป็นขาขึ้นมาตลอดช่วงเวลา 18 ปี 9 เดือน โดยลงไปถึง 204.59 จุด ในเดือน ก.ย. 2541 คือลงไปถึง 1,584.57 จุด หรือ 88.60% ภายในเวลาเพียง 4 ปี 8 เดือน

ลองคิดเล่นๆ ดูสิครับว่า ถ้าท่านอยู่ในตลาดหุ้นในช่วงเวลานั้น ชีวิตของท่านจะเป็นอย่างไร เงินลงทุนของท่าน สมมติว่า 1 ล้านบาท จะเหลือเพียง 114,000 บาท มีนักลงทุนที่ฆ่าตัวตายทั้งที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวหลายคนเลยทีเดียว

สุภาษิตบทหนึ่งที่เขียนไว้เตือนใจนักลงทุนก็คือ “อย่าเอาไข่ใส่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” เพราะว่ามันจะแตกง่าย ถ้าช่วงนั้นท่านนำทรัพย์สินทั้งหมดมาลงทุนในตลาดหุ้น นั่นหมายถึงเงินออมที่อดออมมาจากน้ำพักน้ำแรงที่ท่านอุตสาหะ ต้องแทบจะหมดสิ้นเนื้อประดาตัวกันเลยทีเดียว

ผมจึงย้ำแล้วย้ำอีกว่า ควรจะมีการจัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท ซึ่งในหนังสือ “ออมจากน้อยเป็นร้อยล้าน” ผมได้เขียนถึงสินทรัพย์ในแต่ละประเภทที่ท่านควรจะลงทุนและสัดส่วนที่เหมาะสมของสินทรัพย์ในแต่ละประเภทตามช่วงวัย ขนาดของเงินลงทุน อุปนิสัยส่วนตัว ความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง ฯลฯ

สาเหตุที่ SET INDEX ถึงได้ลงวินาศสันตะโรขนาดนั้น เกิดจากวิกฤตต้มยำกุ้งที่เริ่มต้นจากประเทศไทยแล้วแพร่ระบาดไปในหลายๆ ประเทศใน ASEAN ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฯลฯ แม้กระทั่งเกาหลีเองก็โดนผลกระทบวิกฤตนี้จนแทบไม่สามารถที่จะรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเงินไว้ได้ ค่าเงินบาทที่เคยผูกไว้กับเงินดอลลาร์สหรัฐที่ 27 บาท/ดอลลาร์สหรัฐก็อ่อนปวกเปียกจนไปถึงเกือบ 60 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ผมยังจำได้ว่า ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยในยุคนั้นได้นำทุนสำรองไปสู้กับนักเก็งกำไรค่าเงินตัวเป้งเลย ก็คือ George Soros ซึ่งคนไทยยุคนั้นไม่เคยลืม มีการเปิดแชมเปญฉลองกัน นึกว่าเราจะชนะและรักษาค่าเงินบาทไว้ได้ ที่ไหนได้เราแพ้และสูญเสียทุนสำรองเป็นจำนวนมากและค่าเงินบาทก็อ่อนปวกเปียก เศรษฐกิจไทยตกต่ำ คนตกงานเต็มไปหมด คล้ายๆ กับวิกฤตรัสเซียและค่าเงินรูเบิ้ลในช่วงนี้ ในสมัยนั้นมีนักท่องเที่ยว
และคนไทยที่มีฐานะ ก็ใช้โอกาสนี้ในการช็อปปิ้งสินค้านำเข้าราคาแพงๆ เช่น นาฬิกาสวิส ไวน์แพงๆ รถยนต์นำเข้า ฯลฯ ที่ยังไม่ได้ปรับราคาขึ้นตามค่าเงิน

หลายๆ คนก็ตุนเงินดอลลาร์ไว้ เพราะว่าเห็นค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลงเรื่อยๆ พฤติกรรมก็คล้ายคนรัสเซียในช่วงนี้ที่แห่ซื้อสินค้านำเข้าราคาแพง รวมไปถึงเครื่องครัวนำเข้าราคาแพง จนร้าน IKEA ต้องหยุดการจำหน่ายสินค้าดังกล่าวชั่วคราว เพื่อรอดูแนวโน้มที่ชัดเจนของค่าเงินรูเบิ้ล

ช่วงนี้ถ้าไม่ติดว่าเป็นฤดูหนาวที่อุณหภูมิติดลบที่รัสเซียและผมเพิ่งกลับจากเที่ยวทริปเมืองจีน 22 วัน ผมจะเตรียมเงินไปช็อปปิ้งที่มอสโกและท่องเที่ยวในรัสเซียในฐานะเป็นประเทศที่ผมไม่เคยไปเที่ยวมาก่อน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าโรงแรม (ถ้าโรงแรมในรัสเซียไม่ชาร์จจาก RATE ของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ) ค่ากิน ค่าเที่ยว ค่าเดินทางภายในรัสเซียน่าจะประหยัดเงินได้มากโขอยู่ จากการที่รัสเซียเป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวแพงติดอันดับโลก

ผมยังชั่งใจว่าจะไปเที่ยวรัสเซียช่วงสงกรานต์ ไม่รู้ว่าค่าเงินรูเบิ้ลในช่วงเวลานั้นยังจะอ่อนค่าเหมือนในปัจจุบันหรือไม่ คงต้องติดตามดูราคาพลังงานทั้งน้ำมันและแก๊ส ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรัสเซีย และปัญหาการเมืองระหว่างประเทศในยูเครน ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและค่าเงินรูเบิ้ลของรัสเซียยังมีสถิติ SET INDEX ที่น่าสนใจ ที่ผมจะนำมาเล่าสู่กันฟังอีกในสัปดาห์หน้า ติดตามอ่านกันนะครับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ