
กสิกรมองหุ้นส่อปรับฐาน/ปลายปีทะลุ1,700จุด
บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยปลายปีโอกาสทะลุ 1,700 จุด เศรษฐกิจโต กำไรบจ.หนุน ระยะสั้นอาจปรับฐาน
บลจ.กสิกรไทย มองหุ้นไทยปลายปีโอกาสทะลุ 1,700 จุด เศรษฐกิจโต กำไรบจ.หนุน ระยะสั้นอาจปรับฐาน
นายพงศ์พิเชษฐ์ นานานุกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บลจ.กสิกรไทยยังคงมีมุมมองในเชิงบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยเชื่อว่าความมีเสถียรภาพของรัฐบาลและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในปี 2558 ให้สามารถกลับมาเติบโตที่ระดับปกติ 4-5% ได้
นอกจากนี้ยังมองว่าความชัดเจนของงบประมาณปี 2558 และแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 8 ปี ภายใต้วงเงินกว่า 3 ล้านล้านบาท รวมถึงแผนเร่งด่วนในปี 2558 อีกกว่า 7 หมื่นล้านบาท จะส่งผลนำไปสู่การปรับประมาณการณ์กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในอนาคต สำหรับปัจจัยหนุนจากภายนอกประเทศ ทั้งนโยบายการผ่อนคลายทางการเงินที่เข้มข้นมากขึ้นจากธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางญี่ปุ่น ประกอบกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา ยังคงส่งสัญญาณการคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปอีก รวมถึงการประกาศลดดอกเบี้ยของจีนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
“ ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นไทย โดยบลจ.กสิกรไทยมองเป้าดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ ที่ระดับ1,700 จุด ซึ่งสะท้อนอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (พี/อี) ในปี 2558 ที่ 16 เท่า”นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง คือการปรับตัวของหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่คาดว่าจะคงอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง รวมถึงความคาดหวังต่อนโยบายจากทางภาครัฐที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศกลับคืนมาได้หรือไม่
นอกจากนี้การที่ระดับราคาหุ้นในปัจจุบันใกล้เคียงกับเป้าหมายปลายปีและค่อนข้างแพงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค จึงอาจมีการปรับฐานลงได้ในระยะสั้น แต่ในระยะยาวยังมีมุมมองที่เป็นบวกต่อตลาดหุ้นไทย
นายพงศ์พิเชษฐ์ กล่าวว่า บริษัทยังเตรียมจ่ายเงินปันผล กองทุนเปิดเค หุ้นทุน (K-EQUITY) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค.2557 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหน่วย และกองทุนเปิดรวงข้าวทวีผล (RKF-HI) สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.ในอัตรา 0.14 บาทต่อหน่วย โดยทั้ง 2 กองทุนจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อในสมุดทะเบียนเวลา 8.00 น. ของวันที่ 5 ม.ค. 2558 รวมมูลค่าการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้นกว่า 91.75 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผลพร้อมกันในวันที่ 14 ม.ค.2558
ทั้งนี้ กองทุน K-EQUITY เน้นลงทุนในหุ้นบริษัทชั้นนำของไทยซึ่งมีปัจจัยพื้นฐานที่ดี และมีผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ โดยมีผลดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีและ 3 ปี อยู่ที่ 14.78% และ 50.43% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค.2557) ตามลำดับ โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา จ่ายปันผลแล้ว 20 ครั้ง รวม 24.06 บาทต่อหน่วย ด้านกองทุน RKF-HI มีผลดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปีและ 3 ปี อยู่ที่ 16.30% และ 50.12% (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ธ.ค.2557) ตามลำดับ โดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา มีการจ่ายปันผลแล้ว 15 ครั้ง รวม 8.43 บาทต่อหน่วย







