
บีโอไอจับมือกนอ.ลุยโรดโชว์ดึงนักลงทุนยุ่น
บีโอไอ จับมือกนอ.โรดโชว์ญี่ปุ่นจัดสัมมนาชักจูงการลงทุน พาเอสเอ็มอีชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ไทย จับคู่เอสเอ็มอีญี่ปุ่น พร้อมดึงนิคมฯเอกชนเข้าร่วมดึงดูดการลงทุนด้วย
บีโอไอ จับมือกนอ.โรดโชว์ญี่ปุ่นจัดสัมมนาชักจูงการลงทุน พาเอสเอ็มอีชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ไทย จับคู่เอสเอ็มอีญี่ปุ่น พร้อมดึงนิคมฯเอกชนเข้าร่วมดึงดูดการลงทุนด้วย
นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เตรียมเดินทางโรดโชว์ประเทศญี่ปุ่น เพื่อชักจูงการลงทุนในอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ระหว่างวันที่ 21-23 มิ.ย.2553 โดยบีโอไอและ กนอ.จะจัดกิจกรรมใน 3 เมือง คือ โตเกียว โยโกฮามาและนาโงย่า ซึ่งจะมีทั้งการสัมมนาชักจูงการลงทุนและการจับคู่ธุรกิจ
ทั้งนี้ บีโอไอได้เชิญผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสนับสนุนและนิคมอุตสาหกรรมร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงโอกาสการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม โดย กนอ.จะได้ชี้แจงความคืบหน้าการแก้ปัญหาการลงทุนในมาบตาพุดเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนญี่ปุ่น และจะให้นักลงทุนญี่ปุ่นที่ลงทุนในไทยได้ชี้แจงโอกาสการลงทุนในไทยด้วย
นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ผู้อำนวยการหน่วยพัฒนาการเชื่อมโยงอุตสาหกรรม บีโอไอ กล่าวว่า การโรดโชว์ครั้งนี้บีโอไอจะได้ชี้แจงสิทธิประโยชน์จากบีโอไอ ภาวะการลงทุนในไทยและโอกาสจากข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งการโรดโชว์ครั้งนี้บีโอไอจะจัดให้ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โลหะและแม่พิมพ์ได้จับคู่ธุรกิจกับเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมสนับสนุนของญี่ปุ่น เพื่อให้เกิดการซื้อขายสินค้า การร่วมมือทางเทคโนโลยีและการร่วมลงทุนในอนาคต โดยบีโอไอเห็นว่าเอสเอ็มอีญี่ปุ่นมีปัญหาต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และเงินเยนแข็งค่าจึงต้องการออกไปลงทุนในต่างประเทศ
สำหรับนิคมอุตสาหกรรมอมตะและเหมราชจะไปเจรจาจับคู่ธุรกิจผู้ประกอบการญี่ปุ่นที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย ซึ่งการที่มีนิคมอุตสาหกรรมร่วมเดินทางไปด้วยทำให้มีข้อมูลพื้นที่รองรับการลงทุนเสนอให้นักลงทุนญี่ปุ่นได้ทันที โดยอมตะและเหมราชมีลูกค้าบางส่วนเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นอยู่แล้วในอุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องจักรกลและอิเล็กทรอนิกส์
รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า บีโอไอได้เชิญเอกชนไทยร่วมเดินทางโรดโชว์ครั้งนี้ 11 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ประกอบการพัฒนาที่ดินและนิคมอุตสาหกรรม 3 ราย คือ บริษัทอมตะ คอร์ บริษัทไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น บริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน และผู้ประกอบการอุตสาหกรรมสนับสนุน 8 ราย คือ บริษัทเอเซีย พรีซิชั่น บริษัทไอ.เอ็น.พรีซิชั่น บริษัทโมเดิร์น พาร์ท บริษัทพี ควอลิตี้ แมชีนพาร์ท บริษัทเอส.เค.โพลิเมอร์ บริษัทสยาม กรู โบล์ท แอนด์ นัท บริษัทไทยสิน เมทัล อินดัสทรี บริษัทแปซิฟิก รับเบอร์ เวิร์ค
นอกจากนี้ ในเดือน ก.ย.2553 บีโอไอจะพาเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมสนับสนุนโรดโชว์ที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง 10-15 ราย เพื่อไปจับคู่ธุรกิจกับเอสเอ็มอีในเมืองกิฟุและเมืองมิเอะ ซึ่งเป็นเมืองที่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ป้อนโตโยต้า โดยบีโอไอจะเชิญสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตอละสมาคมอุตสาหกรรมแม่พิมพ์ไทยร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อไปสร้างความร่วมมือกับองค์กรเอกชนในเมืองดังกล่าว
ทั้งนี้ การจับคู่ธุรกิจดังกล่าวต้องใช้เวลาในการติดตามผลประมาณ 6-12 เดือน เพราะนักธุรกิจญี่ปุ่นจะตรวจสอบความสามารถการผลิต การบริหารจัดการและคุณภาพสินค้า แต่ก็เป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทยเพราะจะได้พบกับบริษัทแม่ในญี่ปุ่นที่เข้ามาลงทุนในไทย โดยในปัจจุบันมีบริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนในไทยประมาณ 7,500 บริษัท ซึ่งตลาดเอเชียมีการขยายตัวสูงและไทยมีที่ตั้งเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค และทำให้การลงทุนในไทยขยายไปสู่ประเทศที่ 3 ได้







