
ความเสี่ยงขาลงจำกัด
ตลาดหุ้นในสัปดาห์แรกของปี 2558 ปรับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,529.53 จุด (+31.86 จุด) โดยช่วงต้นสัปดาห์ตลาดยังคงปรับตัวลงต่อจากปลายปีที่ผ่านมาและทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,459.22 จุด เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากแรงขายสุทธิของนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ยังคงเดินหน้าลงต่อ
ตลาดหุ้นในสัปดาห์แรกของปี 2558 ปรับตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,529.53 จุด (+31.86 จุด) โดยช่วงต้นสัปดาห์ตลาดยังคงปรับตัวลงต่อจากปลายปีที่ผ่านมาและทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,459.22 จุด เนื่องจากได้รับแรงกดดันจากแรงขายสุทธิของนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ยังคงเดินหน้าลงต่อ
ทั้งนี้ ตลาดสามารถฟื้นตัวขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งในช่วงปลายสัปดาห์ นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานอย่าง PTT จากประเด็นการปรับโครงสร้างราคาก๊าซ LPG ซึ่งช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับปัจจัยบวกจากต่างประเทศ อาทิ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และความคาดหวังต่อการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (มาตรการ QE) จากธนาคารกลางยุโรป (ECB)
ปัจจัยสำคัญช่วงกลางเดือน ม.ค. 2558 : ตลาดจะเริ่มให้ความสำคัญกับการเก็งผลการประชุมธนาคารกลางที่ใกล้เข้ามา ได้แก่ ยุโรป (22 ม.ค.), สหรัฐ (27-28 ม.ค.), ไทย (28 ม.ค.) โดย 1.ทางฝั่งยุโรปตลาดเริ่มให้น้ำหนักต่อการที่ ECB จะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมรอบนี้ ขณะที่ 2.สหรัฐมีแนวโน้มว่าจะยังตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไป และไม่เร่งรีบที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วนัก เนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และ 3.การประชุม กนง.ของไทยเริ่มมีสัญญาณของการคงอัตราดอกเบี้ยชัดเจนขึ้น หลังจากเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้แสดงความเห็นถึงความเหมาะสมของอัตราดอกเบี้ยในระดับปัจจุบัน
ขณะเดียวกันธนาคารกสิกรไทยคาดว่า ธปท.น่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 2% จนถึงสิ้นปี 2558 ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา โดยการปรับตัวลงของราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรของหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนกำไรคิดเป็น 30% ของประมาณการกำไรของทั้งตลาด ทำให้ Upside ของตลาดยังอยู่ระดับจำกัด
แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : เราประเมินตลาดหุ้นสัปดาห์หน้าผันผวน อย่างไรก็ตามคาดความเสี่ยงทางลงจำกัดที่ 1,510-1,520 จุด และยังให้น้ำหนักกับการปรับขึ้นทดสอบระดับ 1,540-1,560 จุด จากการชะลอการปรับถอยของราคาน้ำมันซึ่งสนับสนุนการฟื้นตัวของหุ้นในกลุ่มพลังงาน และความคาดหวังต่อมาตรการ QE ของ ECB
สำหรับความเสี่ยงสำคัญที่ยังจำกัดการปรับขึ้นของตลาด ได้แก่ การปรับลดประมาณการกำไรของ SET จากการปรับลดคาดการณ์กำไรหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี รวมถึงการประมาณการผลประกอบการกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะเริ่มทยอยออกมาในสัปดาห์หน้า ซึ่งปัจจัยที่จะจำกัด Upside ของตลาดให้อยู่ในกรอบ
ดังนั้น ในเชิงกลยุทธ์เราแนะนำให้นักลงทุน Selective Buy ในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการอ่อนตัวลงของราคาน้ำมัน ได้แก่ การบิน (AAV, BA, THAI) ปิโตรฯ (SCC) โรงกลั่น (TOP, BCP) และรับเหมาก่อสร้าง (CK, SEAFCO, PYLON) ขณะที่แนะนำให้ลดการเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
หุ้นเด่น : AAV, SCC, THCOM, SPCG, TISCO, EGCO, TRT
หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : JAS, CPF, TCAP, BA







