
ดอกเบี้ย กู้ซื้อบ้าน Fix 35 ปีได้อย่างไร?
ก่อนอื่นดิฉันต้องขอสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านอีกครั้งหลายท่านคงสนุกกับวันหยุดยาวที่ผ่านมา และได้ชาร์จพลังกลับมาพบความท้าทายใหม่ๆ ปี 2558 นี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีเป็นปีที่สดใสราบรื่นอีกปีหนึ่ง
ก่อนอื่นดิฉันต้องขอสวัสดีปีใหม่กับท่านผู้อ่านอีกครั้งหลายท่านคงสนุกกับวันหยุดยาวที่ผ่านมา และได้ชาร์จพลังกลับมาพบความท้าทายใหม่ๆ ปี 2558 นี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีเป็นปีที่สดใสราบรื่นอีกปีหนึ่ง
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ไปสัมมนากับบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ บตท. โดย บตท.เป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินในสังกัดกระทรวงการคลัง มีหน้าที่พัฒนาตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ด้วยหลักการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ มาใช้ระดมทุนปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย และประเด็นที่จะเล่าสัปดาห์นี้ ก็เกี่ยวเนื่องกับ บตท.
โดยปกติแล้วเวลาจะกู้เงินซื้อบ้าน จะเจอดอกเบี้ย 2 อย่าง อย่างแรกคือ อัตราดอกเบี้ย ณ เวลาที่เราทำสัญญากู้เงินกับแบงก์ ซึ่งดอกเบี้ยตัวนี้จะเป็นตัวกำหนดว่า ในแต่ละเดือนเราจะมีภาระผ่อนเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้ทางผู้ปล่อยกู้จะคิดเผื่อค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมเข้าไปด้วย กับอีกส่วนคือ ดอกเบี้ยที่จ่ายจริงในแต่ละเดือน ซึ่งจะผันแปรตามตลาดและยังขึ้นกับโปรโมชั่น ที่แบงก์ให้ ซึ่งแต่ละเดือนที่เราจ่ายเงินผ่อนบ้านไป จะมีทั้งส่วนที่เป็นเงินต้นและดอกเบี้ยผสมกันอยู่
แต่ประสบการณ์จากการสัมมนาครั้งล่าสุดนี้ บตท.กำลังผลักดันให้ประเทศไทยมีการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยในลักษณะของการปล่อยสินเชื่อในอัตราดอกเบี้ยคงที่ระยะยาวมากขึ้น ซึ่งกรณีของญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในกรณีที่ประสบความสำเร็จมาแล้วในโมเดลดังกล่าว โดยกรณีของญี่ปุ่นทำผ่านสำนักงานส่งเสริมสินเชื่อที่อยู่อาศัยแห่งญี่ปุ่น หรือ JHF (Japan Housing Finance Agency) ซึ่งอาศัยการระดมทุนผ่านการออกตราสารที่หนุนหลังโดยสินเชื่อที่อยู่อาศัย หรือ MBS (Mortgage-Backed Securities) เป็นการช่วยสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ง่ายขึ้น
โมเดลนี้หากเทียบกับการปล่อยกู้บ้านในปัจจุบัน จะมีข้อได้เปรียบตรงที่ว่า ผู้กู้สามารถคำนวณภาระทางการเงินล่วงหน้าได้นาน 30-35 ปี ซึ่งนั่นจะไม่ทำให้เกิดสภาพที่ช็อก เพราะหากกู้ตามปกติ ผู้กู้จะเสี่ยงมากที่ตอนกู้ดอกเบี้ยขาลงแต่ช่วงผ่อนดอกเบี้ยขาขึ้น และการกู้ซื้อบ้านเป็นภาระระยะยาวเป็นเงินก้อนใหญ่ การที่เราสามารถทราบเงื่อนไขการกู้และภาระทางการเงินที่ชัดเจน ทำให้วางแผนการเงินได้ง่ายไม่ต้องวิตกกับความเสี่ยงวัฏจักรดอกเบี้ย
ขณะที่สถาบันการเงิน สินเชื่อโมเดลใหม่จะช่วยให้ไม่ต้องคิดค่าเผื่อลงไปในดอกเบี้ยมาก และปล่อยสินเชื่อบ้านได้ง่ายขึ้นและมีความเสี่ยงลดลง ซึ่งในอนาคตหากตลาดสินเชื่อรองเพื่อที่อยู่อาศัย เป็นที่นิยม ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีช่วยให้คนไทยเข้าถึงสินเชื่อบ้านได้ง่ายสะดวกขึ้น







