
แกรนิตแก้ว ของดีรีไซเคิล
วัฒน ทิพย์วีรนันท์ วัย 45 ปี เจ้าของโรงงานแก้วสิงห์ ผู้ผลิตและทำตลาด “แกรนิตแก้ว” นวัตกรรมวัสดุเพื่อใช้ในงานตกแต่งก่อสร้างรายแรกในประเทศไทย เล่าที่มาธุรกิจก่อนเริ่มต้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ที่ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อคิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่ ภายใต้แนวคิดการนำกลับวัสดุเหลือใช้ (รีไซเคิล) จากแก้วสี ที่นอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือกรีน โปรดักต์ ตามแนวโน้มความต้องการของตลาดในขณะนี้ด้วย
วัฒน ทิพย์วีรนันท์ วัย 45 ปี เจ้าของโรงงานแก้วสิงห์ ผู้ผลิตและทำตลาด “แกรนิตแก้ว” นวัตกรรมวัสดุเพื่อใช้ในงานตกแต่งก่อสร้างรายแรกในประเทศไทย เล่าที่มาธุรกิจก่อนเริ่มต้นผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ที่ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) เพื่อคิดค้นสร้างนวัตกรรมใหม่ ภายใต้แนวคิดการนำกลับวัสดุเหลือใช้ (รีไซเคิล) จากแก้วสี ที่นอกจากจะช่วยลดต้นทุนแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ปัจจุบันได้กลายมาเป็นวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือกรีน โปรดักต์ ตามแนวโน้มความต้องการของตลาดในขณะนี้ด้วย
“วัสดุเศษแก้วสีต่างๆ จะเป็นของใช้ประเภท แจกัน ชาม โคม ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่จะทำลายด้วยวิธีฝังกลบ หรือนำมาถมที่เท่านี้ แต่เรามองเห็นโอกาสจากการใช้วัตถุดิบเหล่านี้มาทำเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่แตกต่างจากกลุ่มขวดแก้ว สีเขียว สีขาว หรือสีชา ที่มีการนำกลับมาเผาใช้ใหม่ได้” วัฒน กล่าว
จากนั้นในปี 2550 วัฒนจึงเริ่มธุรกิจเป็นผู้ผลิตแกรนิตแก้วรายแรกในไทยอย่างจริงจัง ซึ่งช่วงแรกยอมรับว่าการทำตลาดไม่ค่อยประสบความสำเร็จมากนัก ด้วยคนในประเทศจะมองว่ามีราคาสินค้าสูง จึงได้ปรับตัวพร้อมวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์และราคาสินค้าใหม่ในระดับพรีเมียม ซึ่งปรากฏว่าได้การตอบรับดีจากตลาด โดยเฉพาะในต่างประเทศ
นอกจากนี้ วัฒนยังได้มีโอกาสนำผลิตภัณฑ์ไปร่วมออกงานแสดงในคอลเลกชั่นสินค้าประจำแบรนด์ OSISU ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวผลิตภัณฑ์แกรนิตแก้วได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกลุ่มงานออกแบบตกแต่งทั้งภายในและภายนอก ที่ต้องการนำผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเข้าไปใช้ร่วมกับงานโครงการก่อสร้างประเภทต่างๆ จากการทำตลาดผ่านเทรดเดอร์ ที่จะเป็นคนกลางนำสินค้าไปทำตลาดที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2552 ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน
พร้อมกันนี้ เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์และการรับรู้ผลิตภัณฑ์ใหม่ “แกรนิตแก้ว” ทำให้วัฒน์ตัดสินใจหันมาทำตลาดเชิงรุกในประเทศไทยมากขึ้นในปี 2558 นี้ ภายในรูปแบบการทำตลาดผ่านโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ จากที่ผ่านมาเคยเข้าไปในโครงการงานตกแต่งขอบสระออนเซนแบบญี่ปุ่น งานปูทางเดินเท้า หรืองานตกแต่งผนังต่างๆ เป็นต้น รวมถึงทดลองทำตลาดผ่านหน้าร้านหรือโชว์รูมบุญบูมย่านรัชดาภิเษก เพื่อแนะนำสินค้าให้คนกรุงเทพฯ ได้รู้จักมากขึ้นด้วย
ปัจจุบันแกรนิตแก้วมีโรงงานผลิตหลักแห่งเดียว ที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา มีกำลังการผลิตเฉลี่ยผลิตภัณฑ์ขนาด 10x10 ซม.อยู่ที่ประมาณ 800-1,000 แผ่น/เตา หรือ ไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นแผ่น/เดือน โดยจะมุ่งผลิตสินค้าหลักแกรนิตแก้วที่มีลวดลายหรือเทคนิคการผลิตขั้นสูง คิดเป็นสัดส่วน 30-40% ส่วนแกรนิตแก้วที่มีลายพื้นฐานทั่วไปจะว่าจ้างผลิตจากภายนอก (เอาต์ซอร์ส) ในกรณีที่มีคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) เข้ามาจำนวนมาก มีสัดส่วนราว 60-70%
ส่วนราคาสินค้าแกรนิตแก้วในรูปแบบงานลวดลายหรืองานศิลปะจะวางราคาจำหน่ายอยู่ที่แผ่นละ 100-120 บาท ส่วนแกรนิตแก้วลวดลายธรรมดาวางราคาอยู่ที่แผ่นละ 30 บาท โดยในปี 2557 โรงงานมียอดการผลิตแกรนิตแก้วอยู่ที่ประมาณ 2-3 แสนแผ่น เพิ่มขึ่นจากปีก่อนหน้าราว 2,000-3,000 แผ่น
จากการทำตลาดเชิงรุกในปีนี้ คาดจะมีกำลังการผลิตแกรนิตแก้วเพิ่มเป็น 4-5 แสนแผ่น







