posttoday
รายย่อยล้มกระดานBJC

รายย่อยล้มกระดานBJC

09 มกราคม 2558

ผู้ถือหุ้นรายย่อย BJC ล้มดีลซื้อเมโทร เวียดนาม ส่ง ทีซีซี โฮลดิ้ง เปิดโต๊ะเจรจารับซื้อเอง

ผู้ถือหุ้นรายย่อย BJC ล้มดีลซื้อเมโทร เวียดนาม ส่ง ทีซีซี โฮลดิ้ง เปิดโต๊ะเจรจารับซื้อเอง

นายวีระวงศ์ จิตต์มิตรภาพ กรรมการอิสระและกรรมการตรวจสอบ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) เปิดเผยในที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 88.47% ของผู้เข้าประชุมและมีสิทธิออกเสียง ไม่เห็นด้วยให้ BJC เข้าซื้อกิจการบริษัท เมโทร แคช แอนด์ แครี่ เวียดนาม ยูไนเต็ด (เมโทร เวียดนาม) มูลค่ากิจการ 655 ล้านยูโร หรือ 2.8 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ ที่ปรึกษาการเงินอิสระเห็นว่า การซื้อเมโทร เวียดนาม ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสถานะทางการเงินของ BJC เช่น ความเสี่ยงหาเงินกู้ และนําเงินไว้ในบัญชีของเมโทร เวียดนาม ล่วงหน้าเต็มจํานวน 655 ล้านยูโร ในขณะที่ยังมีความไม่แน่นอนในการได้รับโอนกรรมสิทธิ์เงินลงทุนในเมโทร เวียดนาม และ/หรือมีความไม่แน่นอนในระยะเวลาที่จะได้รับเงินคืนหากมีการเลิกสัญญา

นอกจากนี้ จํานวนเงินที่ BJC ต้องจัดเตรียม 1,310 ล้านยูโร ซึ่ง BJC อาจมีความไม่แน่นอนในการจัดหาแหล่งเงินทุน และ BJC มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องกรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญา

นายวีระวงศ์ กล่าวว่า ทีซีซี โฮลดิ้ง มีแผนเจรจาเพื่อซื้อกิจการกับผู้ขายอีกครั้ง เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอคณะกรรมการ และผู้ถือหุ้นพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งทีซีซี โฮลดิ้ง ยังไม่มีสิทธิออกเสียงในวาระเข้าซื้อกิจการดังกล่าว กรณีผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติ ทาง BJC จะเป็นผู้ซื้อกิจการของเมโทร เวียดนาม แต่ในกรณีผู้ถือหุ้น BJC ยังคงไม่เห็นด้วย ทางทีซีซี โฮลดิ้ง จะเป็นผู้รับซื้อกิจการไว้เอง

นอกจากนี้ กรณีผู้ถือหุ้นมีมติไม่เห็นด้วยในครั้งนี้ ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงถูกฟ้องร้องกรณีไม่ปฏิบัติตามสัญญา โดยผู้ขายจะต้องกลับไปพิจารณาใน 2 ประเด็น คือ 1.ผิดหลักสัญญาอย่างไร และ 2.เกิดความเสียหายกับผู้ขายอย่างไร

“หลังจากนี้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BJC คือ ทีซีซี โฮลดิ้ง จะเจรจากับทางผู้ขาย เพื่อให้มีข้อยุติที่เป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากครั้งหน้าผู้ถือหุ้น BJC ยังไม่เห็นด้วยทีซีซีจะซื้อเอง เพื่อรักษาความเป็นมิตร และหลังจากมติเพิ่มทุนที่บริษัทประกาศก่อนหน้านี้ 1.6 หมื่นล้านบาท ก็ยกเลิกไปด้วย รวมถึงไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน”

น.ส.จิรยง อนุมานราชธน บริษัท เจดี พาร์ทเนอร์ ในฐานะที่ปรึกษาการเงินอิสระ กล่าวว่า ภายหลังจากที่รับทราบประกาศใหม่เพิ่มเติมโดยธนาคารกลางเวียดนาม ถึงวิธีการชำระเงินซึ่งมีผลใช้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2557 ส่งผลให้ BJC ต้องเปลี่ยนวิธีการชำระเงินในการซื้อกิจการ จากเงื่อนไขเดิมบริษัทจะต้องส่งมอบหนังสือค้ำประกัน 655 ล้านยูโร ให้กับผู้ขาย หรือประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท ในเงื่อนไขใหม่ทำให้ BJC ต้องมีภาระจัดหาเงินอีก 655 ล้านยูโร เข้าบัญชีเงินทุนของเมโทร เวียดนาม ทำให้บริษัทต้องเตรียมเงินทั้งสิ้น 1,310 ล้านยูโร หรือต้องกู้เพิ่ม 4.05 หมื่นล้านบาท รวมกับเงินเพิ่มทุนอีก 1.6 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีความเสี่ยงและมีผลต่อฐานะการเงินอาจทำให้หนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1.99 เท่า และกรณีบริษัทไม่สามารถจัดหาเงินกู้ได้ตามจำนวนมีความเสี่ยงจะผิดสัญญา เพราะหาเงินตามมูลค่าการซื้อกิจการไม่ได้

ขณะที่เงื่อนไขเพิ่มเติมดังกล่าว ทำให้ BJC ต้องโอนเงินจากเมโทร เวียดนาม ให้กับผู้ขายนอกประเทศเวียดนาม คือ เมโทร แคช แอนด์ แครี่ อินเตอร์แนชั่นแนล โฮลดิ้ง บี.วี. ภายใน 2 วันทำการ นับจากการวันที่การซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ผู้ขายจะเรียกร้องตามหนังสือค้ำประกันตามมูลค่ากิจการ ขณะที่เงินอีกจำนวน 655 ล้านยูโร จะยังคงค้างในบัญชีของเมโทร เวียดนามต่อไป จึงถือเป็นความเสี่ยงจากการจัดหาเงินกู้และนำเงินไปไว้ในบัญชีเมโทร เวียดนาม ล่วงหน้าเต็มจำนวน

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ BJC กล่าวว่า แม้ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่เห็นด้วยกับการเข้าซื้อกิจการ แต่บริษัทยังมองหาโอกาสทางธุรกิจให้บริษัทเติบโตต่อไป n

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ BJC กล่าวว่า แม้ผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่เห็นด้วยการเข้าซื้อกิจการ แต่บริษัทยังมองหาโอกาสทางธุรกิจให้บริษัทเติบโตต่อไป

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน