
"ปาร์ อาวิยง"เบเกอร์รี่ออนไลน์
ธุรกิจขายสินค้าเบเกอร์รี่ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นธุรกิจยุคใหม่ที่ใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ทำให้คนหลายคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจได้ไม่ยาก
เรื่อง ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ธุรกิจขายสินค้าเบเกอร์รี่ผ่านสื่อออนไลน์ เป็นธุรกิจยุคใหม่ที่ใช้สื่อออนไลน์ให้เป็นประโยชน์ ทำให้คนหลายคนที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองมีโอกาสที่จะเป็นเจ้าของธุรกิจได้ไม่ยาก จึงมีผู้ประกอบการเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นคนที่จะยืนอยู่ในวงการได้ต้องสร้างค วามแตกต่าง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด
2 พ่อค้า อภิวัฒน์ อภิวัฒน์เสรี และ สัพพัญญู ปนาทกูล เจ้าของธุรกิจเบเกอร์รี่ “Par Avion” (ปาร์ อาวิยง) พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ที่ใช้เวลาว่างจากการบินมาทำธุรกิจส่วนตัว กล่าวว่า จากการที่มีโอกาสเดินทางไปรอบโลก ได้ทดลองกินขนมที่หลากหลาย และรสชาติอร่อยจากต่างประเทศ จึงได้มาหัดลองทำกินเอง และทำแจกเพื่อน โดยได้นำวัตถุดิบชั้นดีจากต่างประเทศมาใช้ในการทำขนม เมื่อได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากเพื่อนฝูง จึงจุดประกายให้ผันตัวมาทำเป็นเจ้าของธุรกิจ
ธุรกิจน้องใหม่รายนี้ มีชื่อว่า “Par Avion” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่อยู่บนจดหมายที่ส่งทางอากาศ สื่อถึงอาชีพการงาน และเป็นขนมที่ส่งถึงมือลูกค้าที่มาจากฟ้า โดยทำบรรจุภัณฑ์ที่มีหน้าตาคล้ายกับกล่องส่งพัสดุ เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ของแบรนด์ มีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านสื่อโซเชี่ยวมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก (www.facebook.com/par.avion.p) และ อินสตาแกรม (par_avion_p) เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันมียอดกด like บนเพจมากถึง 3,000ไลค์ เกิดจากการบอกปากต่อปากของลูกค้าที่ชื่นชอบสินค้า
ด้านสินค้าได้ใช้ทั่วถุดิบจากต่างประเทศทั่วโลก เช่น ช็อกโกแลต จากสวิสเซอร์แลนด์ ชาเขียวจาก ญี่ปุ่น วนิลาจากเกาะมาร์ดากัสกา ประกอบกับใช้วัตถุดิบของไทยเข้ามาเป็นส่วนประกอบ จึงพบว่า ของไทยก็สามารถเข้ากันได้ดีกับขนมฝรั่งได้ดี เช่น ทาร์ตมะม่วงน้ำดอกไม้ ทาร์ตมะยงชิด และมาการอง ไส้มะขาม รวมถึงพยายามปรับรสชาติให้ถูกปากคนไทย ให้มีรสชาติหวานน้อย ตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบกินขนม ทำให้ทาร์ตมะม่วงและมาการองไส้มะขามกลายเป็นสินค้ายอดนิยม และมีคนส่งซื้อมากที่สุด
ซึ่งจุดนี้ได้กลายมาเป็นจุดเด่นของสินค้า
ปัจจุบันมีสินค้าอยู่ประมาณ 5-6 รายการ และจะมีออกใหม่มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็พยายามที่จะดูเทรนด์ของตลาดว่าตลาดชื่นชอบอะไร เพราะต้องศึกษาความต้องการของตลาดด้วย สินค้าจึงต้องตอบโจทย์ตลาด ไม่ใช่ฉีกแนวออกไปเลย
“เวลาคิดเมนูใหม่ใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะปัจจุบันคนบริโภคสินค้าด้วยสายตา ขนมที่ออกมาจึงต้องดูสวยงาม มีรสชาติอร่อย และมีแพคเกจจิ้งที่น่าซื้อ” เจ้าของร้าน กล่าว
สำหรับการจัดส่งสินค้า ลูกค้าต้องสั่งสินค้าผ่านระบบออนไลน์ หรือโทรศัพย์มาสั่งโดยตรง ส่วนใหญ่จะสั่งล่วงหน้า 3-7 วัน ตามแต่คิวของลูกค้า ส่วนการจัดส่งหากสั่งซื้อสินค้ามากกว่า 1,300 บาทจะจัดส่งถึงที่ฟรี โดยพ่อค้าทั้ง 2 จะเป็นผู้ไปส่งสินค้าด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นช่องทางให้เจ้าของร้านได้พบปะ กับลูกค้าโดยตรง มีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือรับคำแนะนำต่างๆ จากลูกค้า ทำให้การส่งสินค้าไม่ใช่แค่การซื้อขายสินค้าแต่ได้สื่อสารกับลูกค้าไปในตัว แต่หากสั่งมูลค่าต่ำกว่าที่กำหนดอาจมี
การนัดสถานที่รับสินค้ากันได้
อภิวัฒน์ แนะนำว่า การแบ่งเวลาการทำงานประจำกับทำธุรกิจส่วนตัวนั้น โชคดีที่อาชีพพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินมีเวลาหยุดไม่เหมือนคนอื่น ก็จะใช้เวลาหยุดมาทำขนมขาย โดยจะอยู่เมืองไทยเฉลี่ย 2 สัปดาห์ต่อเดือน แต่ไม่ได้หยุดต่อเนื่อง และมี 2 คนก็ช่วยกันทำ จึงไม่ใช่ปัญหา ส่วนการลงทุนเบื้องต้นลงทุนไม่มาก เพราะมีอุปกรณ์ทำขนมอยู่แล้ว และก็มีการซื้อเพิ่มบ้างเพื่อให้ผลิตได้จำนวนมากกว่าเดิม
“เหนื่อยก็เหนื่อยแต่สนุกกับการทำขนมมากกว่า รู้สึกว่าการทำขนมเป็นการผ่อนคลาย เพราะเป็นธุรกิจที่เกิดจากความชื่นชอบ ดังนั้นไม่ว่าใครหากต้องการจะเป็นเจ้าของธุรกิจ และได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรัก อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้น” อภิวัฒน์ กล่าว







