
หุ้น 8 ม.ค.ปิดพุ่ง 20.87 จุด
หุ้นไทยปิดที่ 1,521.62 จุด เพิ่มขึ้น 20.87 จุด มูลค่าการซื้อขาย 53,583.32 ล้านบาท
หุ้นไทยปิดที่ 1,521.62 จุด เพิ่มขึ้น 20.87 จุด มูลค่าการซื้อขาย 53,583.32 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,521.62 จุด เพิ่มขึ้น 20.87 จุด หรือ 1.39% มูลค่าการซื้อขาย 53,583.32 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่
1.PTT ปิดที่ 340.00 บาท เพิ่มขึ้น 6.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,585.64 ล้านบาท
2.INTUCH ปิดที่ 81.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,319.91 ล้านบาท
3.KBANK ปิดที่ 228.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,018.00 ล้านบาท
4.ADVANC ปิดที่ 250.00 บาท ลดลง -3.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,632.70 ล้านบาท
5.ITD ปิดที่ 7.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.45 บาท มูลค่าการซื้อขาย 1,587.52 ล้านบาท
นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บล.เคทีซีมิโก้ เปิดเผยว่า ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นดีต่อเนื่องสองวันทำการติดต่อกันอย่างเหนือความคาดหมาย แม้ปัจจัยพื้นฐานในประเทศจะยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่ด้วย Sentiment ที่ดีจากบรรยากาศการซื้อขายตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะดัชนีดาวส์โจนส์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ล่าสุดดีดกลับขึ้นแรงหลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาสดใส รวมถึงความคาดหวังต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการใช้มาตราการ QE ของธนาคารกลางยุโรป ที่จะมีการประชุมรอบถัดไปในวันที่ 22 ม.ค. นี้
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวร่วงลงหนัก และยังไร้เสถียรภาพ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน แม้วันนี้หุ้นขนาดใหญ่อย่าง PTT จะปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง แต่เป็นผลมาจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เตรียมประกาศลอยตัวราคาก๊าซ LPG วันที่ 2 ก.พ. ส่วนนักลงทุนต่างชาติเทขายหนัก 3 วันทำการที่ผ่านรวมกว่า 8,000 ล้านบาท แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อดัชนีฯ เนื่องจากนักลงทุนในประเทศเข้าเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันโลกร่วงหนักอย่างหนาแน่น จนทำให้ดัชนีฯ เดินหน้าบวกแรงสองวันทำการติดต่อกัน
สำหรับวันพรุ่งนี้ คาดหุ้นไทยแกว่งตัวบวกต่อ ภายใต้สัญญาณทางเทคนิคดัชนีฯ เคลื่อนไหวผันผวน (Sideway) หลังดัชนีฯ ปรับบวกแรงสองวันต่อเนื่อง ลดแรงกังวลหุ้นไทยเข้าสู่ขาลง จากสองวันทำการแรกของปีนี้ ดัชนีฯ ปรับตัวลดลง แม้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหนัก แต่ด้วยแรงซื้อนักลงทุนในประเทศ ที่เข้าซื้อหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก ที่มองว่าได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวลงแรง อีกทั้งการเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (Mega Project) ด้วยเหตุนี้ จึงมองว่า ยังไม่จำเป็นที่คณะกรรมการนโยบายการเงินจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมครั้งถัดไป
ด้านกลยุทธ์ แนะเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก พร้อมประเมินแนวรับ 1,516 จุด แนวต้าน 1,537 จุด







