posttoday
วางแผนการลงทุน (3)

วางแผนการลงทุน (3)

14 มิถุนายน 2553

ครั้งที่แล้วเราคุยกันเรื่องการจัดสรรสินทรัพย์ในการลงทุนโดยกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง และเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน

บทความครั้งนี้จะมาพูดเรื่องการปรับพอร์ตให้สมดุล (Rebalancing Portfolio) ดังที่กล่าวไปแล้วว่า เมื่อเรามีการกระจายการลงทุนออกไปในสินทรัพย์หลายๆ ประเภท ซึ่งการปรับตัวขึ้นลงมักจะไม่เท่ากันหรือบางครั้งอาจจะสวนทางกันเลยก็ได้ ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ดี เพราะเราสามารถที่จะปรับสัดส่วนโดยเอาผลตอบแทนของสินทรัพย์ที่ขึ้นมากๆ มากระจายลงในสินทรัพย์ที่ขึ้นน้อย หรืออาจปรับตัวลงแต่ยังมีโอกาสในการปรับตัวขึ้นในอนาคต การทำอย่างนี้เพื่อเป็นการจำกัดความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นแล้วมาลงในสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่า เพื่อรอให้สินทรัพย์ที่ลงไว้ปรับตัวในระดับที่เหมาะสม และความเสี่ยงที่เรากำหนดไว้ไม่เพิ่มขึ้นตามการปรับตัวของสินทรัพย์ที่เราลงทุนแต่แรก

จากข้อมูลในครั้งที่ผ่านมา ผลตอบแทนในสินทรัพย์ต่างๆ มีการปรับตัวขึ้นลงดังที่แสดงไว้ดังนี้

lกองทุนหุ้นไทย 30% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 18%

lกองทุนหุ้นตลาดเอเชีย 15% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี –5%

lกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ 15% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2.3%

lกองทุนหุ้นตลาดละตินอเมริกา 15% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี –12%

lกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 10% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 12%

lกองทุนรวมทองคำ 15% ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 15%

ดังนั้นสัดส่วนการลงทุนจะเกิดความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งแน่นอนว่าหากไม่มีการปรับสมดุลใหม่ ระดับความเสี่ยงของลูกค้ารายนี้จะเพิ่มโดยอัตโนมัติ ดังนั้นที่ปรึกษาการลงทุนจึงแนะนำให้ปรับสัดส่วนให้เกิดความสมดุลขึ้นอีกครั้ง

lกองทุนหุ้นไทย 30% สัดส่วนเพิ่มเป็น 35.4% ปรับกลับเป็น 30%

lกองทุนหุ้นตลาดเอเชีย 15% สัดส่วนลดเป็น 14.25% ปรับกลับเป็น 15%

lกองทุนหุ้นตลาดเกิดใหม่ 15% สัดส่วนเพิ่มเป็น 15.35% ปรับกลับเป็น 15%

lกองทุนหุ้นตลาดละตินอเมริกา 15% สัดส่วนลดเป็น 13.2% ปรับกลับเป็น 15%

lกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ 10% สัดส่วนเพิ่มเป็น 11.2% ปรับกลับเป็น 10%

lกองทุนรวมทองคำ 15% สัดส่วนเพิ่มเป็น 17.25% ปรับกลับเป็น 15%

ถ้าเราอาจจะเห็นว่าสัดส่วนการลงทุนเท่าเดิมแต่จำนวนเงินลงทุนเพิ่มขึ้น เช่นเงินลงทุนเริ่มแรก 10 ล้านบาท เมื่อผ่านไป 6 เดือน เงินลงทุนเพิ่มเป็น 10,664,500 บาท เรานำเงินส่วนที่เป็นผลตอบแทนกระจายออกไปสู่สินทรัพย์อื่นๆ ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งในครึ่งปีหลังผลตอบแทนในส่วนที่ยังไม่ขึ้นหรือลดลงกลับมาสู่สภาวะปกติ ผู้ลงทุนจะสามารถได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นได้โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงเพิ่มเติมแต่อย่างใด

กลยุทธ์การพยายามคงสัดส่วนการลงทุนของสินทรัพย์แต่ละตัวในพอร์ตการลงทุนให้เท่าเดิมตลอด หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า FixMixed Strategy นี้ เป็นกลยุทธ์ง่ายๆ ที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เพื่อลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมลง เป็นการจำกัดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตการลงทุน เนื่องจากเป็นการหลีกเลี่ยงที่เราจะลงทุนในสินทรัพย์ตัวใดตัวหนึ่งมากเกินไป และสามารถสร้างผลตอบแทนจากความผันผวนของสินทรัพย์แต่ละตัวได้ด้วย เพราะเราจะมีการขายสินทรัพย์ที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้นออกไปบางส่วน และนำเงินส่วนนี้ไปซื้อสินทรัพย์ที่ราคายังไม่ปรับขึ้นมาหรือมีราคาลดลง ทำลักษณะนี้สลับไปเรื่อยๆ จะทำให้พอร์ตการลงทุนของเรามีความสมดุลและเติบโตขึ้นได้จากความผันผวนของราคาสินทรัพย์ต่างๆ

หากมีข้อสงสัยเรื่องการวางแผนการออมและการลงทุน สามารถส่งคำถามมาได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ