
จัดโซนนิ่งข้าว
หลังที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ใช้โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าว แต่จะใช้วิธีส่งเสริมการลดต้นทุนการปลูกข้าว และการจัดพื้นที่ที่เหมาะสม (โซนนิ่ง) ในการปลูกข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างยั่งยืน
หลังที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่าจะไม่ใช้โครงการรับจำนำสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าว แต่จะใช้วิธีส่งเสริมการลดต้นทุนการปลูกข้าว และการจัดพื้นที่ที่เหมาะสม (โซนนิ่ง) ในการปลูกข้าวเพื่อช่วยเหลือชาวนาอย่างยั่งยืน
อภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ผู้ช่วย รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้สรุปแผนการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวฉบับสมบูรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเตรียมนำแผนดังกล่าวเข้าหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทย ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป
สำหรับแผนการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวดังกล่าว มีระยะเวลา 5 ปี เริ่มจากหรือตั้งแต่ปี 2558-2562 โดยเบื้องต้นจะขอรับการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการตามแผนในช่วง 2 ปีแรก วงเงิน 3.3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงบกลาง 1.4 หมื่นล้านบาท และเงินกู้ 1.9 หมื่นล้านบาท โดยงบประมาณดังกล่าวจะถูกใช้ในการจัดทำโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าวใน 2 โซน คือ 1.ส่งเสริมให้มีการปลูกข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสมและ 2.ลดการปลูกข้าวในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งมีประมาณ 11 ล้านไร่
“ในส่วนพื้นที่เหมาะสมจะมีการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการผลิตข้าว ตั้งแต่การเพิ่มคุณภาพการผลิตข้าว การลดปลูกข้าวนาปรังลง และส่งเสริมการปลูกข้าวตลาดเฉพาะ เช่น ข้าวที่ได้รับการจดคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เป็นต้น ส่วนพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม 11 ล้านไร่ จะส่งเสริมใน 2 วิธีการ คือ สนับสนุนการทำเกษตรกรรมทางเลือกอื่น และเปลี่ยนเป็นการปลูกอ้อยโรงงาน”
อภิชาติ เชื่อว่า หากผลักดันแผนการปรับโครงสร้างการผลิตข้าวให้สำเร็จเป็นรูปธรรมจะทำให้เกษตรกรพ้นจากความยากจนได้ ซึ่งการดำเนินงานตามแผน ได้มีการระบุถึงความช่วยเหลือด้านต่างๆจากรัฐไว้หลายรูปแบบ เช่น สนับสนุนปัจจัยการผลิต ชดเชยดอกเบี้ย ฝึกอบรมให้เกษตรกรประกอบอาชีพเสริมจากการปลูกข้าว รวมทั้งจะช่วยเหลือเงินแบบให้เปล่าในการปรับสภาพพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกข้าวไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ หาแหล่งน้ำปัจจัย ซึ่งในช่วงปีแรกจะสนับสนุนเงินให้เปล่า 5,000 บาท/ไร่ และปีที่ 2 จะสนับสนุนเงินให้เปล่า 4,000 บาท/ไร่ โดยกำหนดวงเงินให้เปล่าไม่เกิน 5 ไร่
นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำในการปรับเปลี่ยนไปปลูกข้าวในพื้นที่ที่เหมาะสม 3 หมื่นบาท/ครัวเรือน แต่กรณีที่มีการปรับพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกอ้อยจะสนับสนุนสินเชื่อ 2 แสนบาท/ครัวเรือน เพื่อเป็นการจูงใจให้มีการจัดโซนนิ่งตามแผน
ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าทุกๆ รัฐบาลต่างมีนโยบายจัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าวเพื่อลดปริมาณผลผลิตข้าวส่วนเกิน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ แต่ในบางกรณีจะพบว่าการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกพืชชนิดอื่นๆ ส่งผลให้เกิดผลผลิตส่วนเกินในพืชนั้นๆ เช่น กรณีส่งเสริมการเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวไปปลูกยางในภาคอีสาน ซึ่งทำให้มีผลผลิตส่วนเกินเพิ่มขึ้น และสุดท้ายก็นำไปสู่ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ
เช่นเดียวกับกรณีการสนับสนุนให้มีการโค่นยางพาราเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งจะนำไปสู่วงจรการผลิตสินค้าเกษตรส่วนเกินอย่างไม่มีที่สิ้นสุด







