
ADVANC ได้ประโยชน์4จีที่สุด
“ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าน่าจะสามารถเปิดประมูลคลื่น 4จี ได้หลังวันที่ 17 ก.ค. 2558 จึงมองว่านี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการประมูลคลื่น 4จี จะเกิดขึ้นภายในครึ่งหลังของปีนี้ และน่าจะส่งผลดีต่อทั้งอุตสาหกรรม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากจะเป็นการปลดล็อกความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทออกไป นั่นคือความเสี่ยงเรื่องคลื่นไม่พอใช้ เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ ADVANC เป็น 274 บาท โดยแนะนำให้ซื้อ
“ฐากร ตัณฑสิทธิ์” เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คาดว่าน่าจะสามารถเปิดประมูลคลื่น 4จี ได้หลังวันที่ 17 ก.ค. 2558 จึงมองว่านี่เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการประมูลคลื่น 4จี จะเกิดขึ้นภายในครึ่งหลังของปีนี้ และน่าจะส่งผลดีต่อทั้งอุตสาหกรรม บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) จะได้ประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากจะเป็นการปลดล็อกความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทออกไป นั่นคือความเสี่ยงเรื่องคลื่นไม่พอใช้ เราได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ ADVANC เป็น 274 บาท โดยแนะนำให้ซื้อ
ช่วงเวลาการประมูลน่าจะเป็นไปตามที่คาดไว้ เราคาดว่าการประมูลคลื่นน่าจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ โดย กสทช.ต้องใช้เวลาอีก 5-6 เดือน เพื่อหาข้อสรุปเรื่องกฎเกณฑ์หลังจากที่ คสช.อนุมัติให้ทำการประมูลได้ ดังนั้นการประมูลจึงจะยังไม่เกิดขึ้นในครึ่งแรกของปีนี้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ถ้าการประมูลถูกลากไปจนถึงปี 2559 ก็จะช้าเกินไปหากรัฐบาลต้องการที่จะผลักดันนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล การแข่งขันด้านราคายังคงกดดันกำไรของกลุ่ม แต่จะไม่เป็นเช่นนี้ไปตลอด
จากที่เราคาดว่าการประมูลคลื่นจะเกิดขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ดังนั้นจึงคาดว่าการแข่งขันด้านราคาจะดำเนินต่อไปตลอดปี 2558 เนื่องจากผู้ประกอบการยังต้องการเวลาในการขยายโครงข่าย 4จี ดังนั้นเราจึงยังไม่น่าจะทันได้เห็นโครงข่ายที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมในปี 2558 และผู้ประกอบการจึงน่าจะยังคงต้องอาศัยกลยุทธ์ด้านราคาและการคงค่าใช้จ่าย SG&A ไว้ในระดับสูงต่อไป เราคาดว่าการแข่งขันด้านราคาจะ
ยังเข้มข้นต่อไป แต่ก็คงอีกไม่นานนักจนกว่าสถานะของคุณภาพโครงข่ายเพื่อรองรับบริการด้านข้อมูลจะอยู่ตัว
การประมูลคลื่นจะช่วยปลดล็อกความเสี่ยงในระยะยาวถึงแม้ว่าการประมูลจะทำให้ผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรมต้องใช้เงินลงทุนมากขึ้นก็ตาม แต่เราเชื่อว่าผู้ประกอบการจะได้รับผลตอบแทนสูงกว่าเงินที่ต้องใช้ลงทุน ความคืบหน้าอย่างชัดเจนของการประมูลจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญที่จะช่วยปลดล็อกความเสี่ยงหลักของอุตสาหกรรมในระยะยาวใน 3 ด้านด้วยกัน 1) ลดการลงทุนในเสาสัญญาณที่ไม่มีประสิทธิภาพ 2) ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารของประเทศเพื่อรองรับความต้องการใช้บริการด้านข้อมูลที่เร่งตัวขึ้นอย่างมาก 3) ช่วยแก้ปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่าง Regulatory Cost กับอายุการใช้งานคลื่นความถี่ของทั้งอุตสาหกรรม ซึ่งท้ายที่สุดจะดึงให้การแข่งขันกลับลงมาอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและปลดล็อกมูลค่าที่แท้จริงของกลุ่มสื่อสารซึ่งอยู่ในสถานะที่ดีที่สุดใน Value Chain ในการที่จะได้ประโยชน์จาก Mega Trend ของการใช้บริการด้านข้อมูล
ADVANC จะโดดเด่นเมื่อประมูลคลื่นความถี่ได้ ADVANC น่าจะเป็นบริษัทที่ได้ประโยชน์โดยตรงจากการประมูล เนื่องจากการได้คลื่นความถี่จะช่วยปลดล็อกความเสี่ยงสำคัญของบริษัทในเรื่องคลื่น
ไม่พอใช้ไปได้ ทั้งนี้ในระยะยาว เรายังคงชอบ ADVANC เนื่องจากบริษัทมีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง คือความประหยัดต่อขนาด โดยเราเชื่อว่าการปรับปรุงคุณภาพจะเริ่มส่งผลดีหลังจากที่การโอนย้ายโครงข่ายของลูกค้าเริ่มถึงจุดอิ่มตัว
ปรับเพิ่มน้ำหนักกลุ่มสื่อสาร เราปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นกลุ่มสื่อสารเป็นมากกว่าตลาด โดยปรับเพิ่มราคาเป้าหมายของ ADVANC เป็น 274 บาท จากการปรับ Terminal Value ในการคำนวณ DCF จาก 2% เป็น 3% เพื่อให้เป็นระดับเดียวกับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เราเลือก ADVANC (ราคาเป้าหมาย 274 บาท คำนวณโดยวิธี DCF ใช้ WACC 9.4% และ TV 3%) เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม เนื่องจากมีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือคู่แข่ง
ส่วน DTAC (ราคาเป้าหมาย 122 บาท คำนวณโดยวิธี DCF ใช้ WACC 9.3% และ TV 3%) ถึงแม้จะราคาถูกแต่ก็ต้องใช้เวลาในการปรับปรุงคุณภาพโครงข่ายให้ทันคู่แข่ง ซึ่งจะเริ่มเห็นผลหลังจากไตรมาส 2/2558 สำหรับราคาหุ้น TRUE (ราคาเป้าหมาย 12 บาท คำนวณโดยวิธี DCF ใช้ WACC 8.2% และ TV 3%) ก็อยู่ในระดับเดียวกับมูลค่าเหมาะสมแล้ว โดยมี Upside ซึ่งขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล
ความเสี่ยง การแข่งขันด้านราคาและการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ







