
เปิดเกมชิงเค้ก โฆษณาทีวีดิจิทัลหมื่นล้าน
แม้ว่าในปี 2557 สื่อโทรทัศน์จะมีอัตราการเติบโตติดลบที่ 8% หรือมีมูลค่าเพียง 5.89 หมื่นล้านบาท แต่ปี 2558 หลายคนยังคงคาดหวังว่าแนวโน้มของสื่อโทรทัศน์น่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแต่ละช่องเริ่มออกมาทุ่มงบลุยขยายฐานผู้ชมกันอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันในส่วนของเอเยนซีเองก็เริ่มให้ความสนใจกระจายงบมาซื้อสื่อโฆษณาในทีวีดิจิทัลมากขึ้น
แม้ว่าในปี 2557 สื่อโทรทัศน์จะมีอัตราการเติบโตติดลบที่ 8% หรือมีมูลค่าเพียง 5.89 หมื่นล้านบาท แต่ปี 2558 หลายคนยังคงคาดหวังว่าแนวโน้มของสื่อโทรทัศน์น่าจะปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแต่ละช่องเริ่มออกมาทุ่มงบลุยขยายฐานผู้ชมกันอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันในส่วนของเอเยนซีเองก็เริ่มให้ความสนใจกระจายงบมาซื้อสื่อโฆษณาในทีวีดิจิทัลมากขึ้น
จากแนวโน้มที่กำลังจะเกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมโฆษณาในปี 2558 จะกลับมาเติบโตเป็นบวกอีกครั้งได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะสื่อโฆษณาในช่องทางทีวีดิจิทัลที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1 หมื่นล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีมูลอยู่ที่ประมาณ 4,500 ล้านบาท
แนวโน้มที่ดีดังกล่าวบวกกับความพร้อมของโครงข่าย ซึ่งในปี 2558 จะส่งสัญญาณครอบคลุมพื้นที่ 80% เช่นเดียวกับการแจกคูปอง 690 บาท ที่จะกระจายถึงประชาชนทั่วประเทศจำนวน 14.1 ล้านครัวเรือน จึงทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลกล้าที่จะออกมาใช้งบกระตุ้น
โชคชัย ปัญจรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ผู้บริหารช่องอมรินทร์ ทีวี เอชดี กล่าวว่า ในปี 2558 บริษัทมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท พัฒนาคอนเทนต์ต่างๆ มาออกอากาศในช่องอมรินทร์ ทีวี เอชดี จะเน้นตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยเนื้อหาของคอนเทนต์จะเป็นวาไรตี้ 75% ข่าว 25%
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของช่องอมรินทร์ เอชดี ทีวี จะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายเดิมในกลุ่มธุรกิจสิ่งพิมพ์ก่อน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่อมรินทร์มีความแข็งแกร่ง ซึ่งหลังจากออกมาทำการตลาดอย่างจริงจังคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้ภายใน 7 ปี
ซังโดลี ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท โมโน เทคโนโลยี กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับธุรกิจทีวีดิจิทัลมากขึ้น เพราะหลังจากออกอากาศมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2557 บริษัทสามารถมีเรตติ้งในกลุ่มทีวีดิจิทัลที่อันดับ 3 และมีเรตติ้งรวมอยู่ในอันดับ 7
ดังนั้น ในปี 2558 ช่องโมโน 29 จึงมีแผนที่จะใช้งบ 800 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจทีวี แบ่งเป็นลงทุนด้านคอนเทนต์ 500 ล้านบาท อุปกรณ์และสตูดิโอ 300 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนำคอนเทนต์ใหม่มาให้บริการเพิ่มเติม คาดว่าสิ้นปี 2558 จะมีเรตติ้งรวมขึ้นมาอยู่ในอันดับ 5 ได้อย่างแน่นอน
ด้าน ปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2558 บริษัทมีแผนที่จะใช้งบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ในการขยายธุรกิจช่อง 1 เวิร์คพอยท์ แบ่งเป็นการลงทุนสตูดิโอใหม่ 150 ล้านบาท อีก 80-90 ล้านบาท จะใช้ไปกับการลงทุนอุปกรณ์และอีกประมาณ 556 ล้านบาท จะใช้ไปกับการลงทุนด้านคอนเทนต์
ทั้งนี้ ในส่วนของคอนเทนต์ที่จะนำมาออกอากาศ เวิร์คพอยท์ยังคงเน้นไปที่คอนเทนต์โลคัล ประมาณ 80-90% ซึ่งหลังจากออกมาทำการตลาดมากขึ้นคาดว่าสิ้นปี 2558 จะมีรายได้จากช่อง 1 เวิร์คพอยท์อยู่ที่ 1,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2557 ที่มีรายได้เพียง 550 ล้านบาท
นอกจากนี้ ช่องพีพีทีวี เอชดี ยังออกมาประกาศใช้งบลงทุนปี 2558 ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาท บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ เจ้าของทีวีดิจิทัลช่องวัน เอชดี และช่องจีเอ็มเอ็ม ชาแนล ประกาศใช้งบลงทุน 3,000 ล้านบาท ช่องไทยรัฐ ทีวี 1,620 ล้านบาท นิว ทีวี ใช้งบ 800 ล้านบาท วอยซ์ ทีวี 600 ล้านบาท และไบร์ท ทีวี ใช้งบลงทุนประมาณ 700-800 ล้านบาท
ในปี 2558 เชื่อว่าจะมีผู้ประกอบการอีกหลายช่องทยอยออกมาประกาศแผนพร้อมงบลงทุนเพิ่มขึ้น ใครจะชิงเค้ก 1 หมื่นล้านบาท จากขาใหญ่อย่างช่อง 3 และช่อง 7 ได้มากกว่ากันคงต้องวัดกันที่คอนเทนต์ เพราะ 2 ช่องนี้หลายคนยกเว้นไว้เป็นอาจารย์ของการทำธุรกิจทีวี แต่ถึงอย่างไรทีวีดิจิทัลในปีแพะจะแข่งขันกันดุเดือดแน่นอน







