
ประเทศใดได้ประโยชน์ มากที่สุดจากเออีซี
ตามที่กลุ่มอาเซียนจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 ปัจจุบันมีความเห็นหลากหลายว่าประเทศใดน่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวครั้งนี้ หลายฝ่ายเห็นว่าสิงคโปร์น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสูงสุด เป็นศูนย์กลางทั้งทางธุรกิจ การค้า และการเงินของภูมิภาค
ตามที่กลุ่มอาเซียนจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2558 ปัจจุบันมีความเห็นหลากหลายว่าประเทศใดน่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวครั้งนี้ หลายฝ่ายเห็นว่าสิงคโปร์น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด เนื่องจากมีระดับการพัฒนาเศรษฐกิจสูงสุด เป็นศูนย์กลางทั้งทางธุรกิจ การค้า และการเงินของภูมิภาค
ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเข้มแข็ง เป็นต้นว่า สายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์สมีขนาดใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในเออีซี กองทุนเทมาเซกมีขนาดใหญ่และบริหารอย่างมืออาชีพ ขณะเดียวกันเป็นเมืองท่าสำคัญของโลก โดยท่าเรือมีปริมาณขนถ่ายสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์มากเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้เท่านั้น
อีกฝ่ายหนึ่งมองว่าไทยน่าจะได้รับประโยชน์สูงสุด เนื่องจากตั้งในจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค สามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ด้านการขนส่งทางบก เป็นศูนย์กลางธุรกิจท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดของเออีซี เป็นฐานผลิตสำคัญของหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะรถยนต์ อาหาร ปิโตรเคมี และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท White Goods (เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า)
ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่นิยมใช้สินค้าไทย โดยมีภาพลักษณ์ว่าคุณภาพดี ทำให้มีโอกาสสูงในการส่งออกไปจำหน่ายในประเทศเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็มีข้อจำกัดหลายด้านเช่นเดียวกัน เป็นต้นว่า ขาดแคลนแรงงาน โครงสร้างประชากรเป็นสังคมผู้สูงอายุ ตรงกันข้ามกับเพื่อนบ้านเป็นประเทศวัยหนุ่มสาว ยังมีปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองอย่างเรื้อรัง
ผู้อำนวยการใหญ่ธนาคารซีไอเอ็มบีของมาเลเซีย คือ ดาโต๊ะ ศรี นาเซียร์ ราซัค กลับมองต่างมุมว่าที่น่าจะได้รับประโยชน์มากที่สุด คือ อินโดนีเซีย เนื่องจากเศรษฐกิจมีขนาดใหญ่ที่สุดในเออีซี พร้อมกับยกตัวอย่างของสหภาพยุโรป ซึ่งเยอรมนีเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด ทำให้ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการรวมตัวเป็นสหภาพยุโรป
ปัจจุบันอินโดนีเซียได้รับความสนใจลงทุนอย่างมาก เนื่องจากประชากรมากถึง 250 ล้านคน สัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดของเออีซี ทำให้เป็นตลาดขนาดใหญ่มาก มีแรงงานจำนวนมากรองรับการลงทุน
นอกจากนี้ ระบอบประชาธิปไตยยังพัฒนาก้าวหน้าไปมาก บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงบสุข เอื้อต่อการลงทุน โดยเป็นฐานผลิตเหล็กแบบครบวงจรใหญ่ที่สุดของเออีซี เป็นฐานผลิตรถยนต์ใหญ่อันดับ 2 ของเออีซี รองจากไทย เป็นฐานผลิตรถจักรยานยนต์ใหญ่ที่สุดในเออีซีและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
อีกประเทศหนึ่งที่กำลังมาแรงและคาดว่าจะได้ประโยชน์อย่างมากจากเออีซี คือ เวียดนาม เนื่องจากพัฒนาประเทศรวดเร็วมาก ทำให้เป็นฐานผลิตสำคัญในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเป็นฐานผลิตโทรศัพท์มือถือ ปูนซีเมนต์ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และรองเท้า ใหญ่ที่สุดในเออีซี
ปัจจุบันพบว่านักลงทุนและธุรกิจต่างๆ มีความสนใจลงทุนในเวียดนามอย่างมากเพื่อเป็นฐานผลิตเพื่อป้อนทั้งเออีซีและตลาดโลก เป็นต้นว่า กลุ่มฟอร์โมซาของไต้หวันกำลังก่อสร้างโรงถลุงเหล็กแบบครบวงจรขนาดยักษ์ในเวียดนาม ซึ่งจะทำให้แซงหน้าอินโดนีเซียขึ้น เป็นฐานผลิตเหล็กใหญ่ที่สุดในเออีซีและใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ส่วนบริษัท ซัมซุง ซึ่งเป็นผู้ผลิตโทรทัศน์ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังลงทุนตั้งฐานผลิตโทรทัศน์เพื่อส่งออกในเวียดนาม ซึ่งจะทำให้เวียดนามกลายเป็นฐานผลิตโทรทัศน์สำคัญของโลก
ขณะที่ทั้งเครือเอสซีจีและเครือ ปตท.ของไทย ได้กำหนดจะก่อสร้างฐานผลิตปิโตรเคมีครบวงจรในเวียดนาม ซึ่งจะทำให้เวียดนามก้าวขึ้นเป็นฐานผลิตปิโตรเคมีสำคัญอีกแห่งหนึ่งของเออีซีในอนาคต







