
‘ปรีดิยาธร’ มอง น้ำมันถูกเป็นโอกาสและวิกฤต
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากสหรัฐผลิตน้ำมันออกมาขายแข่งกับกลุ่มผู้ค้าดั้งเดิมอย่างโอเปก
โดย...เสาวรส รณเกียรติ
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงทำลายสถิติอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากสหรัฐผลิตน้ำมันออกมาขายแข่งกับกลุ่มผู้ค้าดั้งเดิมอย่างโอเปก น่าจะเป็นข่าวดีต่อเศรษฐกิจโลก แต่กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ยังไม่สามารถฟันธงได้ว่าเป็นเรื่องดีหรือร้ายกันแน่
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล มองปรากฏการณ์นี้ว่า ราคาน้ำมันโลกที่ลดลงมากกว่า 40% อาจะทำให้เศรษฐกิจโลกบูม หรืออาจทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวต่อไปอย่างน้อย 2-3 เดือน เพราะประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์มีรายได้จาการส่งออกลดลง
“ขณะนี้ยังมองไม่ออกว่าน้ำมันจะทำให้ทิศทางเศรษฐกิจโลกไปทางไหน ต้องรออีก 2-3 เดือนจึงจะรู้ผล แต่รัฐบาลจะรอให้ปัญหาเกิดก่อนไม่ได้ ขณะนี้ได้มีการเตรียมหามาตรการรับมือไว้ก่อน แต่มองไปในทางลบว่าราคาน้ำมันต่ำอาจทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวกว่าที่คาด ต้องหามาตรการที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจทดแทนภาคการส่งออก” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ทั้งนี้ หากทิศทางเศรษฐกิจโลกปีนี้ชะลอกว่าที่คาด จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย โดยในกรณีร้ายแรงที่สุดคือการส่งออกไม่เติบโต แต่ไม่ถึงขั้นติดลบ ซึ่งเป็นผลจากราคายางและข้าวจะตกต่ำลง แม้ว่าการส่งออกจะได้รับผลกระทบมาก แต่กระทรวงพาณิชย์ก็หาทางที่จะบุกตลาดใหม่ ทั้งแอฟริกา เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง เป็นต้น
ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะดูแลราคาสินค้าเกษตรในประเทศให้อยู่ในเป้าหมาย โดยยางพาราจะไม่ให้ต่ำกว่า 60 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่เกษตรกรอยู่ได้ แม้กำไรไม่มาก ขณะที่ข้าวจะให้อยู่ที่ตันละ 7,500-8,200 ล้านบาท โดยจะพยายามระบายข้าวในสต๊อกไม่ให้ตรงกับช่วงที่ผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกมา
นอกจากนี้ การรับมือต้องพึ่งการลงทุนภาครัฐ การลงทุนภาคเอกชน และกำลังซื้อในประเทศที่ดีขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลง โดยคาดว่าการใช้จ่ายภาคเอกชนจะฟื้นตัวขึ้นจากราคาน้ำมันที่ลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน หลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีการอนุมัติใบ ร.ง.4 ไปแล้ว 2,900 โรงงาน มูลค่า 2.5 แสนล้านบาท จะทยอยเปิดโรงงานตลอดปี 2558
สำหรับการลงทุนภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนของกระทรวงคมนาคม ที่จะมีการวางตารางเวลาไว้ชัดเจน เช่น รถไฟฟ้าสายดอนเมือง-บางซื่อ-พญาไท จะอนุมัติโครงการเดือน ม.ค. 2558 และจะประมูลลงนามสัญญาและก่อสร้างได้เดือน ก.ย. 2558 หรือโครงการรถไฟทางคู่ 1 เมตร ที่มี 5 เส้นทาง และมีการอนุมัติโครงการไปแล้ว อยู่ระหว่างการเวนคืนที่ดิน จะเริ่มก่อสร้างได้ตั้งแต่เดือน มี.ค.-ต.ค. 2558 เป็นต้น
“เราจะดูและระวังทุกอย่าง เผื่อไว้หากเศรษฐกิจโลกเกิด Slow Growth ขึ้นมา แต่ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐและกลุ่มประเทศที่ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันมีแรงผลักดันต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่า การส่งออกของเราก็จะดีขึ้น เราก็จะรับประโยชน์ตามด้วย เพียงแต่ว่าตอนนี้เท่าที่ดูยุโรปกับญี่ปุ่นยังอ่อนแอ แนวโน้มก็เลยออกไปในทิศทางว่าเศรษฐกิจโลกจะไม่บูม” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
แม้จะยังมองภาพเศรษฐกิจไม่ออก แต่อีกไม่นานก็จะได้รู้ว่าราคาน้ำมันจะเป็นวิกฤตหรือโอกาสของเศรษฐกิจไทย







