posttoday
กมธ.พลังงานมั่นใจไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางโซลาร์เซลอาเซียน

กมธ.พลังงานมั่นใจไทยขึ้นแท่นศูนย์กลางโซลาร์เซลอาเซียน

06 มกราคม 2558

“อลงกรณ์”ชี้โซลาร์รูฟดันไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน ทุ่นค่างบก่อสร้างโรงไฟฟ้าถึงล้านล. พร้อมช่วยลดภาวะโลกร้อน

“อลงกรณ์”ชี้โซลาร์รูฟดันไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานอาเซียน ทุ่นค่างบก่อสร้างโรงไฟฟ้าถึงล้านล. พร้อมช่วยลดภาวะโลกร้อน

เมื่อวันที่ 6 ม.ค. นายทองฉัตร หงศ์ลดารมถ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปพลังงาน ได้แถลงถึงที่ประชุมสปช. มีมติเห็นชอบโครงการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟ เป็นโครงการปฏิรูปเร็ว (Quick Win) ซึ่งถือเป็นโครงการมิติใหม่ในการใช้พลังงานหมุนเวียน และยังเปิดให้ประชาชนสามารถลงทุนติดตั้งและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอุปกรณ์การติดตั้ง ซึ่งเป็นการลดค่าใช้จ่ายเรื่องของพลังงาน อีกทั้ง ยังเป็นส่งเสริมอาชีพใหม่ๆ โดยทางรัฐจะต้องให้การสนับสนุนโครงการนี้ด้วย เพื่อให้ดำเนินได้อย่างเป็นผล

ด้านนายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช. และประธานอนุกมธ.พลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียน และอนุรักษ์พลังงาน กล่าวว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่จะพลิกโฉมหน้ากิจการพลังงานในรอบศตวรรษ ซึ่งหัวใจสำคัญของโครงการนี้ มีสองประการ คือ 1.ประชาชนมีสิทธิเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้อย่างเสรี จากแต่ก่อนที่รัฐจะต้องจัดหาเท่านั้น

2.ทำให้ไทยก้าวสู่ประเทศสีเขียว โดยจะเป็นศูนย์กลางของพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน เนื่องจากไทยมีศักยภาพที่สูง เพราะมีแสงแดงเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 5-6 ชั่วโมง ซึ่งป็นค่าเฉลี่ยที่มากกว่าประเทศเยอรมันซึ่งเป็นผู้นำด้านการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ถึง 2-3 เท่า อีกทั้ง ยังมีความเข้มของแสงแดดมากกว่าเยอรมันถึง 60%

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของโครงการนี้ ใน 5 ปีแรกนั้น จะมีการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ต่ำกว่า 100,000 อาคารเรือน คิดเป็นปริมาณ 5,000 เมกะวัตไฟฟ้า และภายใน 20 ปีจะมีพลังงานทดแทนถึง ไม่ต่ำกว่า 10,000 เมกะวัตไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยรัฐประหยัดงบประมาณก่อสร้างโรงงานและผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1 ล้านล้านบาท และยังช่วยลดเรื่องของภาวะโลกร้อน ซึ่งการติดตั้งนั้น ทางรัฐจะไม่กำหนดหรือจำกัดโควต้าของประชาชน รวมทั้งไม่จำเป็นต้องทำเรื่องขอติดตั้งเหมือนอย่างในอดีต

“สปช. ได้มีมติเห็นชอบให้นำโครงการนี้นำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้มีมติเห็นชอบ และให้ ครม. มีมติให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้ดำเนินการโดยให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกกฎระเบียบให้การไฟฟ้าทั้งสามแห่งได้ดำเนินการตามมติของครม.”นายอลงกรณ์ กล่าว

ขณะที่ นายดุสิต เครืองาม สมาชิก สปช. และรองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน กล่าวถึงมาตรการความปลอดภัยของการติดตั้งพลังงานทดแทนว่า ทางเจ้าของบ้านจะต้องทำเรื่องขอติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับการไฟฟ้า และกกพ. อีกทั้งยังต้องมีวิศวะกรไฟฟ้า และวิศวกรโยธาลงนามรับรองเรื่องของตัวอาคาร ในส่วนมาตรฐานของแผงพลังงานแสงอาทิตย์ก็ต้องได้รับมาตราฐานสากล (IEC) เท่านั้น และต้องตรงกับมาตรฐานของการไฟฟ้าภูมิภาค และการไฟฟ้านครหลวง

ส่วนข้อกังวลเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต นายดุสิต ชี้แจงว่ าแผงพลังานแสงอาทิตย์มีอายุการใช้งาน 30 ปี และยังสามารถนำกลับมาผลิตซ้ำได้อีก เช่น เนื้อลาร์เซลนำกลับไปหลอมเป็นซิลิคอนเพื่อผลิดโซลาร์เซลอีกที หรือนำโครงอลูมิเนียมไปหลอมใหม่ได้ ดังนั้น เรื่องของขยะอุตสาหกรรมจึงไม่เป็นปัญหา อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมอาชีพใหม่ด้วย

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน