
ผุดนิคมฯผลิตอาวุธ
“จักรมณฑ์” จับมือกลาโหม เปิดพื้นที่ทหารตั้งนิคมอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ-สำรวจแร่-กำจัดขยะ 1 หมื่นไร่
“จักรมณฑ์” จับมือกลาโหม เปิดพื้นที่ทหารตั้งนิคมอุตสาหกรรมผลิตอาวุธ-สำรวจแร่-กำจัดขยะ 1 หมื่นไร่
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมพัฒนานิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศขึ้นมา โดยกรมการอุตสาหกรรมทหาร และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จะร่วมมือกันพัฒนา ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตอาวุธและยุทธปัจจัยต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และบางส่วนยังสามารถส่งออกนำรายได้เข้าประเทศได้
ทั้งนี้ ข้อตกลงหลัก กนอ.จะเข้าไปร่วมวางแผนพัฒนาพื้นที่นิคมฯ ในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบควบคุมมลพิษต่างๆ ส่วนกรมการอุตสาหกรรมทหารจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและโรงงานต่างๆ และอาจจะมีการดึงภาคเอกชนบางกลุ่มเข้ามาร่วมในโครงการนิคมฯ ป้องกันประเทศ
นอกจากนี้ จะมีความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมเพื่อเปิดพื้นที่ทหารสำหรับโครงการสำรวจและพัฒนาเหมืองแร่ในพื้นที่ของทหาร
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า ในช่วงต้นเดือน ม.ค. จะมีการลงนามกับกระทรวงกลาโหม และกรมการอุตสาหกรรมทหาร เพื่อร่วมกันศึกษาพื้นที่ที่เหมาะสมในการตั้งนิคมฯ กำจัดขยะอุตสาหกรรมครบวงจร ในเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ในฝั่งตะวันตกพื้นที่ จ.ราชบุรี หรือกาญจนบุรี เพราะมีพื้นที่ทหารขนาดใหญ่สามารถที่จะตั้งนิคมฯ ได้ถึง 1 หมื่นไร่ หากได้ที่ตั้งนิคมฯ ชัดเจนจะเจรจาดึงภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมลงทุนได้ง่าย
นายจักรมณฑ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2558 จะเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่น เพื่อขยายความร่วมมือในการพัฒนานิคมฯ กำจัดขยะอุตสาหกรรมครบวงจร ซึ่งล่าสุดรัฐบาลญี่ปุ่นโดยองค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งประเทศญี่ปุ่น (เนโดะ) ได้ช่วยเหลือแบบให้เปล่า โดยจะมอบเตาเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามีกำลังการเผาขยะ 500 ตัน/วัน แก่กรุงเทพมหานคร ซึ่งคาดว่าจะตั้งที่บ่อกำจัดขยะอ่อนนุช
แหล่งข่าวจากกองทัพไทย เปิดเผยว่า ในเดือน ม.ค.นี้ นายจักรมณฑ์จะร่วมลงนามความร่วมมือในการพัฒนานิคมฯ ป้องกันประเทศ กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เพื่อพัฒนานิคมฯ ป้องกันประเทศ ซึ่งกองทัพพยายามผลักดันมาอย่างต่อเนื่องและกำหนดเป็นแผนแม่บท
“กระทรวงกลาโหมกำหนดแผนกลยุทธ์ไว้ว่าจะรวมโรงงานที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของกองทัพมารวมไว้ที่เดียวกัน และชวนเอกชนมาร่วมจัดเป็นนิคมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ถ้าทำได้อาจจะมีการยุบเลิกศูนย์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหารต่อไป เพื่อผันตัวเองของกองทัพไทยไปสู่วงการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ระดับอินเตอร์ เพื่อผลิตอาวุธป้อนให้เหล่าทัพต่างๆ และส่งขายทั่วโลก หลังจากก่อนหน้านี้ได้ตกลงกับบริษัทธนบุรีประกอบรถยนต์ ผลิตรถจี๊ปโดยมีออร์เดอร์ไปแล้ว 508 คัน จากเป้าหมาย 4,000 คัน ในระยะเวลา 11 ปี” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า หากมีการตั้งนิคมฯ ป้องกันประเทศสำเร็จ กองทัพจะดึงบริษัทเอกชนที่ส่งยุทธภัณฑ์ไปขายทั่วโลกมาตั้งในนิคมฯ ด้วย เช่น บริษัท ใช้ อินเตอร์เนชั่นแนล ดีเวลล้อปเมนต์ บริษัท ภูมิใจนคร บริษัท ไนเตรทไทย บริษัทไนโตรเคมีอุตสาหกรรม บริษัท ไทยอามส์ บริษัท บุลเล็ท มาสเตอร์ บริษัท จูปีเตอร์ อโซซิเอท บริษัท อัส พรรณ เอ็กซโพลซีฟ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ได้ส่งสารเคมีผลิตวัตถุระเบิดออกไปขายทั่วโลกปีละหลายหมื่นล้านบาท ประเทศที่ส่งออกหลัก เช่น มาเลเซีย ลาว อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และปากีสถาน







