
สิงคโปร์เชื่อปีหน้าธุรกิจดีขึ้น
ผลสำรวจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มองว่าปีหน้าธุรกิจดีขึ้น ชี้ต้นทุนเพิ่มเป็นอุปสรรคใหญ่
ผลสำรวจเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มองว่าปีหน้าธุรกิจดีขึ้น ชี้ต้นทุนเพิ่มเป็นอุปสรรคใหญ่
หอการค้าและอุตสาหกรรมจีนในสิงคโปร์ (เอสซีซีซีไอ) เปิดเผยผลสำรวจมุมมองของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ในปี 2015 พบว่าผู้ประกอบการกว่า 41.6% เชื่อว่าธุรกิจมีแนวโน้มที่สดใสมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 9% เลยทีเดียว
นอกจากนี้ จากการสำรวจเจ้าของกิจการกว่า 356 บริษัท พบว่ามีผู้ประกอบการรายย่อยที่เห็นว่าภาพรวมของตลาดในปี 2015 ยังอยู่ในช่วงขาลงอยู่ที่ 32% น้อยลงจากตัวเลขที่สำรวจในปี 2014
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ตอบแบบสำรวจมากถึง 85.3% แสดงทัศนะว่าปัญหาต้นทุนการทำธุรกิจที่เพิ่มมากขึ้นจะกลายเป็นอุปสรรคสำคัญในปีหน้า เช่นเดียวกับในปีนี้ รองลงมาคือการขาดแคลนแรงงาน
ในขณะเดียวกัน ทางด้านหอการค้าและอุตสาหกรรมจีนในสิงคโปร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลเดินหน้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือบรรดาธุรกิจให้สามารถฟันฝ่าความท้าทายในปี 2015 ได้ โดยสานต่อนโยบายจูงใจ หรือโครงการช่วยเหลือ เช่นให้เงินทุนแก่รายย่อยเพื่อเจาะตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) และให้รัฐวิสาหกิจ หรือบริษัทขนาดใหญ่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลออกโครงการเพิ่มเติมเพื่อให้เอสเอ็มอีมีส่วนร่วมมากขึ้น
เฟลิเชีย มัวร์ซาเลียน หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรของอีคอมเมิร์ซ ผู้ให้บริการการค้าออนไลน์ในอาเซียนระบุว่าตลาดการค้าออนไลน์จะมีความสำคัญมากขึ้นในปีหน้า พร้อมกับการทำการตลาดแบบธุรกิจกับธุรกิจ (บีทูบี) จะได้รับความนิยมสูงขึ้นในภูมิภาคนี้ เนื่องจากนักลงทุนและบริษัทต่างๆ เริ่มตระหนักว่าการทำการตลาดแบบเก่าคือธุรกิจกับผู้บริโภค (บีทูซี) นั้น มีการแข่งขันสูงและเหลือส่วนแบ่งการตลาดน้อยมากแล้ว
มัวร์ซาเลียน ได้แนะนำให้เอสเอ็มอี หันมาทำการตลาดแบบบีทูบีมากขึ้น ดังที่เห็นได้จากตัวอย่างของบริษัทในจีนที่ประสบความสำเร็จจากการทำธุรกิจแบบบีทูบี กล่าวคือมีส่วนแบ่งการตลาดถึง 2 ใน 3 ของตลาดเอสเอ็มอีทั้งหมด
ในขณะที่การใช้วิธีการเก็บเงินปลายทาง (ซีโอดี) จะเป็นกุญแจที่จะช่วยเข้าแก้ไขปัญหาความไม่มั่นใจของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่กล้าให้ข้อมูลบัตรเครดิต เนื่องจากวิตกว่าอาจถูกหลอกลวง แถมยังมีโอกาสได้กลุ่มลูกค้าที่ยังไม่ถือบัตรเครดิตเพิ่มด้วย







