
‘XOหุ้นที่เน้นเติบโตสูง’
บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรส น้ำจิ้ม เครื่องแกง และเครื่องประกอบอาหาร ที่เพิ่งเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขายวันแรกราคาหุ้นก็ไม่เคยปรับตัวลงต่ำกว่าราคาที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 2.20 บาท เลย
บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรส น้ำจิ้ม เครื่องแกง และเครื่องประกอบอาหาร ที่เพิ่งเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา และตั้งแต่วันแรกที่เข้าซื้อขายวันแรกราคาหุ้นก็ไม่เคยปรับตัวลงต่ำกว่าราคาที่เสนอขายให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ที่ 2.20 บาท เลย
“จิตติพร จันทรัช” กรรมการผู้จัดการ XO และ “วาสนา จันทรัช” รองกรรมการผู้จัดการ สองพี่น้องช่วยกันอธิบาย และฉายภาพการเติบโตของบริษัทในอนาคตหลังเข้าตลาดหุ้นให้เห็นว่า สิ่งที่ XO กำลังเดินต่อไป คือ การทำให้บริษัทมีการเติบโตจากเงินระดมทุนที่ได้จากขายไอพีโอเพื่อสร้างโรงงานใหม่ สำหรับการขยายกำลังการผลิตในผลิตภัณฑ์ซอสปรุงรสและน้ำจิ้มต่างๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นการผลิตหลักและยังสร้างรายได้ให้กับบริษัทมากที่สุด ซึ่งจะช่วยเพิ่มยอดขายในผลิตภัณฑ์นี้เป็นหลักหรือยอดผลิตซอสจากเป็นหลัก 9 หมื่นขวด/เดือนก็เริ่มเข้าสู่หลักแสนขวด/เดือน หรือชั่วโมงการผลิตเพิ่มเป็น 3 กะ หรือเพิ่มขึ้นมาเป็น 6 เท่า
“วาสนา” กล่าวว่า โรงงานแห่งใหม่นี้จะเป็นตัวหลักที่ทำให้เพิ่มการผลิตเพื่อไปช่วยดันอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิให้เกิดขึ้นในอนาคต จากปัจจุบันอัตรากำไรชั้นอยู่ที่ 30% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 11.43% โดยโรงงานแห่งใหม่นี้มีกำหนดก่อสร้างเดือน มี.ค. 2558 และคาดว่าจะเริ่มทดสอบเครื่องจักรภายในสิ้นปี ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการผลิตและสร้างรายได้ให้กับบริษัทตั้งแต่ต้นปี 2559 เป็นต้นไป
อย่างไรก็ดี สิ่งที่บริษัทได้ดำเนินการระหว่างนี้ และเป็นตัวแปรสำคัญในการที่จะทำให้การดำเนินการของบริษัทดีขึ้น นั่นคือ บริษัทอยู่ในช่วงปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) ทำให้สามารถติดต่อพนักงานขาย (เซลล์) ได้ทันที หากเห็นช่องว่างระหว่างกระบวนการขาย การผลิต หรือติดต่อหรือลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยสะท้อนและเห็นปัญหาระหว่างทางได้อย่างแท้จริง และยังสามารถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุด โดยคาดว่าระบบไอทีจะสามารถรันระบบการทำงานบริษัทได้ภายในปี 2558
นอกจากนั้น บริษัทยังอยู่ในช่วงขยายการตลาดทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ซึ่งล่าสุดได้สร้างทีมขายเพื่อรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น ตั้งแต่เจาะตลาดใหม่ทั้งด้านตัวผลิตภัณฑ์สินค้าที่ผลิตเพื่อตัวแทนจำหน่ายแต่ละแห่งโดยเฉพาะ (เอ็กซ์คลูซีฟ) เพราะจะทำให้ได้ราคาขายในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้ดีกว่า จากเดิมที่ขายในผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบบทั่วไป
ล่าสุดก็เพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาให้กับผู้จำหน่ายอังกฤษโดยเฉพาะเพื่อให้กระจายไปยังร้านค้าต่างๆ ทั่วยุโรป อีกทั้งกลุ่มสแกนดิเนเวียกับผู้ประกอบธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ที่มีสาขากว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศ และได้เริ่มส่งสินค้าไปแล้วตั้งแต่เดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 ส่วนนี้ จะมาสะท้อนกับบริษัทภายในตั้งแต่ปี 2558
แม้บริษัทยังคงมีเป้าหมายที่จะส่งออกไปยังกลุ่มยุโรปเป็นหลัก และพยายามเพิ่มการส่งสินค้าไปยังกลุ่มสหรัฐมากขึ้น เนื่องจากเป็นการส่งสินค้าที่เป็นระดับพรีเมียม แต่ขณะเดียวกัน บริษัทก็พยายามเจาะตลาดเพื่อส่งออกไปในประเทศใหม่ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย อย่างล่าสุดเมื่อเดือน พ.ย. ได้ไปประเทศอินโดนีเซีย และคาดว่าน่าจะใช้เวลาศึกษาข้อมูลอีก 2-3 เดือน ถึงจะได้ข้อสรุป เนื่องจากกลุ่มเอเชียแม้จะมีการส่งออกไปน้อยมาก แต่ข้อดีของเขาคือมีจำนวนประชากรจำนวนมากและก็มีวัฒนธรรมการรับประทานเครื่องแกง น้ำจิ้ม หรือซอสต่างๆ ที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ต้องมีการปรับปรุงสูตรให้ถูกปากและการปรับเรื่องระดับราคาให้ตรงกับความต้องการที่แท้จริง ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกไปกลุ่มยุโรปถึง 75% สหรัฐ 10-13% ส่วนที่เหลือประเทศอื่น
ทั้งนี้ การที่ XO จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ถือว่ามีแต่เรื่องที่ดีเกิดขึ้น เพราะได้รับความน่าเชื่อถือทั้งจากซัพพลายเออร์ การได้รับเครดิตเทอมที่ดี และยังได้รับความน่าเชื่อถือทั้งในแง่ของผู้ขายและผู้ซื้อ ที่สำคัญพนักงานโดยเฉพาะกลุ่มที่เริ่มทำงานมากับบริษัทตั้งแต่แรกๆ ก็ยิ่งมีความภูมิใจที่ได้เห็นการเติบโตและพัฒนาของบริษัทจนกลายเป็นบริษัทมหาชนที่เข้าตลาดหุ้น
“แม้บริษัทจะทำธุรกิจมาได้ 15 ปีแล้ว เราก็ยังมองว่า XO ยังอยู่ในช่วงของปฐมวัยที่รอจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดในอนาคต เราชัดเจนว่าในช่วง 1-2 ปีนี้ บริษัทจะใช้เวลาในการจัดระบบระเบียบการผลิต การนำไอที หรือนวัตกรรมเครื่องจักรมาช่วยในการผลิต เพราะโรงงานใหม่จะใช้เครื่องจักรเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อลดช่องว่างของต้นทุนแรงงานที่เพิ่มขึ้น ระหว่างนี้บริษัทจะเป็นหุ้นที่มีการเติบโตสูง เป็นหลัก
ช่วงเริ่มต้นการเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ นักลงทุนไม่ได้เห็นลักษณะการจ่ายเงินปันผลจำนวนมากเท่าบริษัทอื่น เพราะบริษัทอยู่ในช่วงเน้นการลงทุน เน้นนำกำไรที่ได้ไปลงทุนขยายงานต่อ เพื่อให้บริษัทมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกที่สุด จะเห็นได้ว่า XO จะสามารถโตได้อีกเยอะ เชื่อว่าทุกอย่างจะเริ่มเห็นผลชัดเจนภายในปี 2559 หลังโรงงานใหม่และระบบไอทีเสร็จ ซึ่งสอดคล้องกับแผน 3 ปี ว่า บริษัทจะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ได้ และหลังจากนั้น XO จะต้องเป็นทั้งหุ้น Growth Stock และหุ้นที่มีการจ่ายปันผลที่ดี ด้วย” จิตติพร กล่าว
สำหรับผลประกอบการปี 2558 ซึ่งปกติจะมองแบบอนุรักษนิยมว่า รายได้จะเติบโตต่อปี 10-15% ไว้ก่อน จากที่ปี 2557 คาดว่าจะมีรายได้เติบโต 20-25% ของปี 2556 ที่มีรายได้ 608.7 ล้านบาท ซึ่ง 9 เดือนแรก มีรายได้ 566 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 64 ล้านบาท
ความเสี่ยงของบริษัทปีหน้า คือ เรื่องอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียว เพราะบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกถึง 99% แต่เนื่องจากตอนนี้ค่าเงินบาทอ่อนตัวลง จึงน่าเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ซึ่งปกติมีนโยบายกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ไว้อยู่แล้วที่ 50% และทำล่วงหน้าประมาณ 1-2 เดือน ส่วนใหญ่ก็เป็นเงินสกุลยูโรตามสัดส่วนการส่งออก จากนั้นก็เป็นเหรียญสหรัฐประมาณบวกลบ 10% แต่ก็จะมีการปรับขึ้นหรือลดลงเมื่อมีอะไรที่พิเศษเกิดขึ้น
ประกอบกับที่ผ่านมา แม้จะเกิดปัญหาเศรษฐกิจในสหรัฐและยุโรป ก็ไม่เคยส่งผลกระทบต่อยอดสั่งซื้อสินค้าหรือรายได้ของบริษัทที่ลดลงแต่อย่างไร เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการนำไปใช้อย่างต่อเนื่อง
บทวิเคราะห์ ของ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า มองว่า อัตราการเติบโตของ XO น่าสนใจ โดยปี 2557 รายได้จะเพิ่มเป็น 760 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีก่อน 25% และคาดว่าปี 2558 รายได้จะเพิ่มเป็น 870 ล้านบาท หรือเติบโต 15%
ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิทรงตัวเป็น 34% และ 10% ระหว่างปี 2557-2558 แต่เมื่อปี 2559 เมื่อได้ย้ายการผลิตกลุ่มซอสและน้ำจิิ้มไปยังโรงงานใหม่แล้ว อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 40%
สำหรับกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ระหว่างปี 2557-2559 จะอยู่ที่ 0.22 บาท 0.26 บาท และ 0.37 บาท ตามลำดับ และขณะที่ราคาหุ้นในปัจจุบันเป็นอัตรากำไรสุทธิ (พี/อี) ของปี 2558 ที่ 23 เท่า และมอง พี/อี ปี 2559 จะอยู่ที 16 เท่า ตามลำดับ
XO แม้จะเป็นหุ้นน้องใหม่ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ แต่จากนี้ไปคงต้องติดตามว่าจะเป็น หุ้นที่ผลการดำเนินงานเติบโตสูง ได้อย่างที่ผู้บริหารว่าไว้ หรือจะเป็นขวัญใจของนักลงทุนได้เหมือนหุ้นพี่ๆ ได้หรือไม่







