
เพิ่มค่ารักษา พรบ.3 หมื่น ประกันรุกหนักรับปี’58
เรื่อง เด่นของธุรกิจประกันภัยปี 2557 ต้องยกให้ การจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นเพิ่ม ตามประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จาก 1.5 หมื่นบาท เป็น 3 หมื่นบาท ออกมาเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยเป็นผลสำเร็จก่อนสิ้นปีเพียงไม่กี่วัน
เรื่อง เด่นของธุรกิจประกันภัยปี 2557 ต้องยกให้ การจ่ายค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นเพิ่ม ตามประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) จาก 1.5 หมื่นบาท เป็น 3 หมื่นบาท ออกมาเป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยเป็นผลสำเร็จก่อนสิ้นปีเพียงไม่กี่วัน
ตามแผนเดิมนั้น สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ตั้งใจจะออกเป็นของขวัญต้นปี 2557 แต่เกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นเสียก่อน ร่างกฎกระทรวงฉบับนี้จึงเลื่อนมาจนถึงรัฐบาลปัจจุบัน ก่อนจะมีการลงมติในวันที่ 23 ธ.ค. และบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 2557 เป็นต้นไป
การเพิ่มค่ารักษาพยาบาลของค่าเสียหายเบื้องต้นตามประกันภัยรถภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน และค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเป็น 3 หมื่นบาท จากเดิม 1.5 หมื่นบาท เมื่อรวมกับความเสียหายต่อชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร หรือสูญเสียอวัยวะ ที่ได้รับค่าสินไหมทดแทน 3.5 หมื่นบาทต่อคนแล้ว จะมีวงเงินคุ้มครองเบื้องต้นสูงสุด คนละไม่เกิน 6.5 หมื่นบาท จากเดิมไม่เกิน 5 หมื่นบาท ส่วนกรณีเสียชีวิตจะได้รับความคุ้มครองสูงสุด 2 แสนบาทเท่าเดิม โดยไม่มีการเพิ่มเบี้ยประกันภัยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ จำนวนเงินความคุ้มครองที่ปรับเพิ่มขึ้นจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ประสบภัยจากรถ โดยเฉพาะในกรณีประสบภัยจากรถที่ไม่ทำประกันภัย หรือถูกชนแล้วหนี ผู้ประสบภัยจะได้รับความคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นจากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ซึ่งขณะนี้กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย สำนักงาน คปภ. ได้เตรียมพร้อมการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัยจากรถทันทีที่มีผลบังคับใช้ รวมถึงได้ประสานบริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้เตรียมพร้อมกับการขยายความคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นแล้ว
ปัจจุบันการประกันภัยรถภาคบังคับมีการเชื่อมข้อมูลเป็นแบบ Online Real Time และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจะผ่านระบบ E-Claim ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานพยาบาลทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกให้
ผู้ประสบภัยไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อน
การเพิ่มค่ารักษาพยาบาลของค่าเสียหายเบื้องต้นยังเป็นพัฒนาการที่สำคัญอีกขั้นหนึ่งของการทำประกันภัย พ.ร.บ. โดยยึดหลักความรับผิดของผู้ขับขี่เป็นตัวจำกัดมูลค่าความคุ้มครอง ผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายที่ขับรถโดยประมาท จะได้รับเพียงค่าเสียหายเบื้องต้นเท่านั้น เนื่องจากต้องการให้ผู้ขับขี่ขับรถด้วยความระมัดระวัง และสำหรับผู้ประสบภัยจากรถที่ถูกชนแล้วหนี หรือเกิดอุบัติเหตุจากรถที่ไม่ทำประกันภัย จะได้รับความคุ้มครอง
เตรียมเพิ่มเงินกองทุนขั้นต่ำรับเออีซี
การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ช่วงปลายปี 2558 สร้างความตื่นตัวให้กับธุรกิจประกันภัยและธุรกิจประกันชีวิตอย่างมาก ตลอดปี 2557 ภาคเอกชนและภาครัฐต่างร่วมมือกันสร้างความแข็งแกร่งด้านการเงินให้กับบริษัทประกันไทย
หนึ่งในข้อตกลงที่เห็นชัดคือ การเพิ่มระดับเงินกองทุนขั้นต่ำเป็นขั้นบันได โดยสิ้นปี 2558 บริษัทประกันวินาศภัยจะต้องเพิ่มเงินกองทุนขั้นต่ำให้ได้ 100 ล้านบาท สิ้นปี 2559 จะเพิ่มเป็น 200 ล้านบาท สิ้นปี 2560 เป็น 300 ล้านบาท และสิ้นปี 2562 จะขยับเป็น 500 ล้านบาท จากปัจจุบันกำหนดไว้ที่ 30 ล้านบาท
ขณะที่บริษัทประกันชีวิตภายใน 3 ปี จะต้องมีเงินกองทุนขั้นต่ำ 500 ล้านบาท และภายใน 5 ปี ต้องมี 1,000 ล้านบาท จากปัจจุบันที่ 50 ล้านบาท ส่วนบริษัทประกันสุขภาพกำหนดให้ต้องมีเงินกองทุนขั้นต่ำ 100 ล้านบาท เพราะทำธุรกิจประกันสุขภาพเพียงอย่างเดียว
ทั้งนี้ คปภ.ในฐานะผู้กำกับดูแลธุรกิจประกันภัย ต้องการส่งสัญญาณให้ทุกบริษัทเตรียมพร้อม และมีเวลาจัดหาเงินกองทุนให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดภายในอีก 1 ปีนี้
นอกจากนี้ คปภ.ยังได้แก้ไขสัดส่วนการถือหุ้นของต่างชาติในบริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยไทย จากปัจจุบัน 49% ให้เป็น 70% เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน ซึ่งต้องออกมาเป็นกฎหมาย โดยรอรัฐบาลพิจารณาและอนุมัติ
สั่งปิด 2 บริษัท
ในปี 2557 คปภ.สั่งปิดบริษัทประกันวินาศภัยไป 2 แห่ง ประกอบด้วย บริษัท ยูเนี่ยนอินเตอร์ ประกันภัย สั่งปิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. และบริษัท ศูนย์สุขภาพประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ต.ค.
อย่างไรก็ตาม การปิด 2 บริษัทดังกล่าวไม่กระทบต่อประชาชนจำนวนมากเหมือนรายอื่นๆ ที่ผ่านมา เพราะ คปภ.ได้สั่งให้ทั้งสองบริษัทหยุดรับประกันภัยมาก่อนหน้าร่วมปีแล้ว ลูกค้าเก่าที่เคยซื้อประกันภัยได้ครบสัญญาไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนลูกค้าที่กรมธรรม์ยังไม่หมดสัญญามีจำนวนไม่มาก โดยได้ขอให้บริษัทประกันภัยรายอื่นๆ เข้ามารับประกันภัยลูกค้าของทั้งสองบริษัทต่อไป







