posttoday
บุกเวทีอาหารอินโดนีเซีย เชื่อมฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก

บุกเวทีอาหารอินโดนีเซีย เชื่อมฮาลาลไทยสู่ตลาดโลก

26 ธันวาคม 2557

ประเมินกันว่ามูลค่าตลาดอาหารฮาลาลในตลาดโลกปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และยังพบว่าในอนาคตตลาดฮาลาลจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนประชากรมุสลิมที่มีกว่า 1,600 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรทั่วโลก

ประเมินกันว่ามูลค่าตลาดอาหารฮาลาลในตลาดโลกปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ที่ 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และยังพบว่าในอนาคตตลาดฮาลาลจะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามจำนวนประชากรมุสลิมที่มีกว่า 1,600 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรทั่วโลก

ขณะเดียวกัน ไทยก็เป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่ติด 1 ใน 5 ของโลก และยิ่งเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็น่าจะเป็นโอกาสสินค้าอาหารฮาลาลของไทยที่จะส่งออกไปขายและทำตลาดเพิ่มในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอินโดนีเซียที่มีประชากรกว่า 250 ล้านคน และส่วนใหญ่เป็นมุสลิม

เหตุนี้เอง ชุติมา ไวศรายุทธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงได้ทำการวิจัยถึงทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทยในตลาดโลก งานวิจัยชิ้นนี้จะโฟกัสไปที่ตลาด “อินโดนีเซีย” เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพ เนื่องจากมีขนาดใหญ่กว่าไทย 4 เท่าตัว โดยเฉพาะจาการ์ตาที่เป็นเมืองหลวง เป็นศูนย์กลางความเจริญและมีกำลังซื้อสูง

ชุติมา ฉายภาพกว้างให้เห็นถึงลักษณะตลาดของอินโดนีเซียว่า ตลาดอินโดนีเซียจะมองหาสินค้าใหม่ๆ เสมอ ในการเอาเข้าตลาด และแหล่งที่จะไปมองหาก็คือตามงานแฟร์และงานแสดงสินค้าต่างๆ ดังนั้นผู้ส่งออกที่กำลังมองหาลู่ทางไปต่างประเทศจึงเป็นโอกาสที่จะไปเจอคู่ค้า โดยอินโดนีเซียจะมองหาตัวสินค้าและรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่ไม่มีการผลิตในอินโดนีเซียมากกว่า หรือจะมองหาในรูปแบบของการรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม)

“ตราสินค้าฮาลาลของไทยในมุมมองของผู้นำเข้าจากอินโดนีเซียมองว่า อุตสาหกรรมไทยมีจุดเด่นเรื่องของตราสินค้าและคุณภาพสินค้า มีเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ที่โดดเด่นเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ไทยยังได้เปรียบในเรื่องของต้นทุนโลจิสติกส์ เพราะอยู่ใกล้กัน ดังนั้นอินโดนีเซียจึงเป็นโอกาสของตลาดฮาลาลไทย” ชุติมา กล่าว

ทว่า ความท้าทายในการเข้าสู่ตลาดอินโดนีเซียนั้น อยู่ที่นโยบายของรัฐบาลที่ต้องจับตาดูให้ดี เบื้องต้นสินค้าอาหารฮาลาลที่ส่งออกไปขายอินโดนีเซียจะต้องมีการรับรองของมาเลเซียบนฉลากด้วย เนื่องจากผู้บริโภคอินโดนีเซียยอมรับมาตรฐานฮาลาลจากมาเลเซียมากกว่าไทย แต่อย่างไรก็ดีสินค้าฮาลาลที่ส่งเข้าไปขายในอินโดนีเซียไม่จำเป็นต้องมีตราฮาลาลทุกตัวก็ได้ หากเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มที่เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค

สำหรับรูปแบบของห้างค้าปลีกในอินโดนีเซียนั้น จากการศึกษาพบว่าชนชั้นกลางของอินโดนีเซียมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้น มีกำลังซื้อมากขึ้น จึงทำให้รูปแบบการจัดจำหน่ายที่ตอบสนองตรงตามพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียมี 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.โมเดิร์นเทรด สินค้าที่วางขายจะเป็นสินค้าทั่วๆ ไป หรือสินค้าเฉพาะกลุ่มไปเลย 2.ร้านขายของชำทั่วไป ซึ่งกลุ่มนี้ที่จะเป็นโอกาสของเอสเอ็มอีไทยในการเข้าไปทำตลาด และ 3.กลุ่มธุรกิจที่ให้บริการด้านอาหาร ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตสูงมาก อีกทั้งยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยด้วย เพราะสินค้าอาหารของไทยค่อนข้างได้รับการยอมรับในเรื่องของคุณภาพดี

ทั้งนี้ ตลาดฮาลาลถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพและยังเปิดกว้างให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไป อินโดนีเซียน่าจะเป็นก้าวแรกของการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทยที่จะขยายออกไปยังตลาดฮาลาลโลก แต่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบการไทยและภาครัฐจะจับโอกาสนั้นได้มากน้อยแค่ไหน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ