
มหาวิทยาลัยยกเครื่อง รับเสรีคนท่องเที่ยว
เหลือเวลาอีกเพียง 1 ปี การเปิดเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพท่องเที่ยวอย่างเสรีก็จะเริ่มต้นขึ้น ภาคการศึกษาจึงต้องเร่งปรับตัวในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อให้บุคลากรที่กำลังผลิตอยู่ในปัจจุบันและจะต้องผลิตต่อไปในอนาคต มีทักษะพร้อมสำหรับยุคประชาคมอาเซียน
เหลือเวลาอีกเพียง 1 ปี การเปิดเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพท่องเที่ยวอย่างเสรีก็จะเริ่มต้นขึ้น ภาคการศึกษาจึงต้องเร่งปรับตัวในช่วงโค้งสุดท้าย เพื่อให้บุคลากรที่กำลังผลิตอยู่ในปัจจุบันและจะต้องผลิตต่อไปในอนาคต มีทักษะพร้อมสำหรับยุคประชาคมอาเซียน
สำหรับประเทศในอาเซียน บุษกร วัชรศรีโรจน์ อาจารย์ประจำคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เล่าว่า จากการศึกษาแนวทางและนโยบายของ 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า มาเลเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ พบว่า หลายประเทศเริ่มปรับตัวชัดเจนแล้ว
โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่ให้ความสำคัญกับการบูรณาการหลักสูตรของอาเซียนเข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอนด้านการท่องเที่ยวของตัวเอง ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษา ขณะเดียวกันก็ร่วมมือกับภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ทำงานพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
จิราภรณ์ พรมมะหา รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาบุคลากรการท่องเที่ยว สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา บอกว่า ทักษะที่บุคลากรท่องเที่ยว 6 แผนก 32 สาขาอาชีพของไทยจะต้องมีทั้งทักษะบังคับ ได้แก่ สมรรถนะมาตรฐาน ทั้งในแง่ความรู้และทักษะการปฏิบัติ และอีกส่วนที่ต้องปลูกฝังอย่างจริงจังนอกเหนือจากสมรรถนะตามมาตรฐานอาเซียน คือเรื่องทัศนคติของการบริการ
“สถาบันวิลเลียม แองกลิสของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นสถาบันที่อาเซียนจ้างให้จัดทำสมรรถนะของ 32 สาขาอาชีพให้ ยังบอกเลยว่าสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวไทยบ่อยๆ มี 2 เรื่อง ได้แก่ 1.คน และ 2.อาหาร เพราะคนของเรามีทัศนคติดี เขาถึงกลับมา เราจึงต้องรักษามาตรฐานนี้เอาไว้”
ทั้งนี้ ความท้าทายที่บุคลากรท่องเที่ยวไทยจะต้องเผชิญคือเรื่องภาษา เนื่องจากปัจจุบันบุคลากรท่องเที่ยวของอาเซียน 10 ประเทศ มีคนที่พูดภาษาไทยได้อยู่ทุกประเทศ การพัฒนาบุคลากรท่องเที่ยวไทยจึงต้องให้ความสำคัญด้านภาษามากขึ้น
ด้าน พิศาล สร้อยธุหร่ำ ที่ปรึกษาอธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี บอกว่า วิทยาลัยอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้นักศึกษามีทักษะสอดคล้องกับสมรรถนะของอาเซียน โดยกำลังวิจัยเปรียบเทียบสิ่งที่อาเซียนมี แต่วิทยาลัยยังไม่มี คาดว่าจะปรับปรุงหลักสูตรเสร็จ เริ่มใช้ในปีการศึกษา 2559 ขณะเดียวกันได้ให้บุคลากรของวิทยาลัยเข้ารับการฝึกอบรมจากสถาบันวิลเลียม แองกลิสโดยตรง รวมถึงพยายามประเมินมาตรฐานและสมรรถนะต่างๆ ให้ครบถ้วน
ทั้งนี้ มองว่าทุกสถาบันการศึกษาของไทยไม่ควรสอนบุคลากรท่องเที่ยวในลักษณะ Program Based หรือการยึดหน่วยกิตเวลาเรียนเป็นหลัก ควรปรับมาเป็นลักษณะ Competency Based เพื่อให้ความสำคัญกับสมรรถนะของนักศึกษามากขึ้น
ขณะที่ พรชณิตว์ แก้วเนตร คณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต บอกว่า คณะกำลังปรับหลักสูตรให้เน้นภาคปฏิบัติมากขึ้น เพื่อให้นักศึกษามีทักษะตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการและได้มาตรฐานอาเซียน โดยจะลดการเรียนภาคทฤษฎีเหลือ 5 สัปดาห์ จากการเรียนการสอนทั้งสิ้นประมาณ 15 สัปดาห์ ที่ผ่านมา ได้ให้ภาคอุตสาหกรรมมีส่วนร่วมปรับปรุงหลักสูตรด้วย
ขณะเดียวกัน จะให้ความสำคัญกับทักษะรอง (Soft Skills) เช่น การตรงต่อเวลา และคุณธรรมอื่นๆ นอกเหนือจากทักษะวิชาชีพไปด้วย







