posttoday
ปีหน้าทีวีดิจิทัลแบ่ง4เรตติ้ง

ปีหน้าทีวีดิจิทัลแบ่ง4เรตติ้ง

24 ธันวาคม 2557

โมโนชี้ทีวีดิจิทัลปีหน้า แบ่งเรตติ้งได้ 4 กลุ่ม ระบุกลุ่มสองมากสุด ลั่นปลุก 6 ธุรกิจดันยอดทะลุ 3,000 ล้าน

โมโนชี้ทีวีดิจิทัลปีหน้า แบ่งเรตติ้งได้ 4 กลุ่ม ระบุกลุ่มสองมากสุด ลั่นปลุก 6 ธุรกิจดันยอดทะลุ 3,000 ล้าน

นายซังโดลี ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท โมโน เทคโนโลยี เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันของทีวีดิจิทัลในปีหน้าคาดว่าจะรุนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ กลุ่มที่มีเรตติ้งต่ำประมาณ 0.01 ในกลุ่มที่ 4 และมีเรตติ้งอยู่ที่ประมาณ 0.1 ในกลุ่มที่ 3 เนื่องจากจะเป็นช่องที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากเอเยนซีโฆษณา

สำหรับกลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเรตติ้งสูง ยังเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองเช่นกัน โดยในส่วนของกลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9 จะมีการเปลี่ยนแปลงเหลือเพียง 2 ช่อง คือ ช่อง 3 และช่อง 7 ส่วนช่อง 5 และช่อง 9 คาดว่าปีหน้าจะตกลงมาอยู่ที่กลุ่มที่ 2

ปัจจุบันกลุ่มที่ 2 มีทีวีดิจิทัลอยู่ทั้งหมด 3 ช่อง คือ ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ช่อง 8 และช่องโมโน และจากที่ช่อง 5 และช่อง 9 เรตติ้งลดทำให้ปีหน้าทั้ง 2 ช่องจะตกมาอยู่กลุ่ม 2 ส่วนช่องที่จะขึ้นมาอยู่กลุ่ม 2 จากเดิมกลุ่ม 3 คือ ช่องวัน แกรมมี่เพราะปัจจุบันเรตติ้งเพิ่มต่อเนื่อง

นายซัง กล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าว แผนปีหน้าจึงยังขยายธุรกิจใน 6 กลุ่ม คือ ธุรกิจทีวี ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจเพลง ธุรกิจโมบาย ธุรกิจอินเทอร์เน็ต และธุรกิจสิ่งพิมพ์ รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปในตลาดต่างประเทศ เช่น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน

ทั้งนี้ ธุรกิจภาพยนตร์ปีหน้าจะซื้อภาพยนตร์ 50 เรื่อง มาฉายในโรงภาพยนตร์ของไทยและออกอากาศในทีวีดิจิทัล จะผลิตภาพยนตร์เอง 4 เรื่องถ่ายทำใกล้เสร็จแล้ว 2 เรื่อง และจะเปิดกล้องปีหน้าอีก 2 เรื่อง

ขณะที่ธุรกิจเพลงจะพัฒนาศิลปินไทย และเกาหลีเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวคลื่นวิทยุเฟรช 91.5 ส่วนธุรกิจสิ่งพิมพ์ยังคงเดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์ของสิ่งพิมพ์ในเครือจำนวน 11 หัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่จะเพิ่มบริการใหม่ๆ ผ่านเว็บไซต์เอ็มไทย หรือโอเทลไทยแลนด์ดอทคอม ส่วนธุรกิจโมบาย จะเปิดแอพพลิเคชั่นใหม่เพิ่มเติม

นายซัง กล่าวต่อว่า ธุรกิจทีวี จะเป็นธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุดในปีหน้า เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เห็นได้จากเรตติ้งที่ได้รับหลังออกอากาศไปเกือบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัททำเรตติ้งในกลุ่มทีวีดิจิทัลได้อันดับ 3 และเรตติ้งรวมอยู่อันดับ 7

“ปีหน้าบริษัทจะลงทุน 800 ล้านบาทในธุรกิจทีวี แบ่งเป็นลงทุนคอนเทนต์ 500 ล้านบาท อุปกรณ์และสตูดิโอ 300 ล้านบาท และขึ้นค่าโฆษณาจากนาทีละ 5,000 บาทเป็น 2.5 หมื่นบาท ซึ่งจะช่วยให้
รายได้รวมเพิ่มจากได้เท่าตัวจาก 1,500 ล้านเป็น 3,000 ล้านบาทในปีหน้า” นายซัง กล่าว

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย