
ปีหน้าทีวีดิจิทัลแบ่ง4เรตติ้ง
โมโนชี้ทีวีดิจิทัลปีหน้า แบ่งเรตติ้งได้ 4 กลุ่ม ระบุกลุ่มสองมากสุด ลั่นปลุก 6 ธุรกิจดันยอดทะลุ 3,000 ล้าน
โมโนชี้ทีวีดิจิทัลปีหน้า แบ่งเรตติ้งได้ 4 กลุ่ม ระบุกลุ่มสองมากสุด ลั่นปลุก 6 ธุรกิจดันยอดทะลุ 3,000 ล้าน
นายซังโดลี ประธานเจ้าที่บริหาร บริษัท โมโน เทคโนโลยี เปิดเผยว่า ภาพรวมการแข่งขันของทีวีดิจิทัลในปีหน้าคาดว่าจะรุนแรงเหมือนที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด คือ กลุ่มที่มีเรตติ้งต่ำประมาณ 0.01 ในกลุ่มที่ 4 และมีเรตติ้งอยู่ที่ประมาณ 0.1 ในกลุ่มที่ 3 เนื่องจากจะเป็นช่องที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากเอเยนซีโฆษณา
สำหรับกลุ่มที่ 1 และ 2 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเรตติ้งสูง ยังเป็นกลุ่มที่น่าจับตามองเช่นกัน โดยในส่วนของกลุ่มที่ 1 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 และช่อง 9 จะมีการเปลี่ยนแปลงเหลือเพียง 2 ช่อง คือ ช่อง 3 และช่อง 7 ส่วนช่อง 5 และช่อง 9 คาดว่าปีหน้าจะตกลงมาอยู่ที่กลุ่มที่ 2
ปัจจุบันกลุ่มที่ 2 มีทีวีดิจิทัลอยู่ทั้งหมด 3 ช่อง คือ ช่อง 1 เวิร์คพอยท์ ช่อง 8 และช่องโมโน และจากที่ช่อง 5 และช่อง 9 เรตติ้งลดทำให้ปีหน้าทั้ง 2 ช่องจะตกมาอยู่กลุ่ม 2 ส่วนช่องที่จะขึ้นมาอยู่กลุ่ม 2 จากเดิมกลุ่ม 3 คือ ช่องวัน แกรมมี่เพราะปัจจุบันเรตติ้งเพิ่มต่อเนื่อง
นายซัง กล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าว แผนปีหน้าจึงยังขยายธุรกิจใน 6 กลุ่ม คือ ธุรกิจทีวี ธุรกิจภาพยนตร์ ธุรกิจเพลง ธุรกิจโมบาย ธุรกิจอินเทอร์เน็ต และธุรกิจสิ่งพิมพ์ รวมไปถึงการขยายธุรกิจไปในตลาดต่างประเทศ เช่น พม่า อินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน
ทั้งนี้ ธุรกิจภาพยนตร์ปีหน้าจะซื้อภาพยนตร์ 50 เรื่อง มาฉายในโรงภาพยนตร์ของไทยและออกอากาศในทีวีดิจิทัล จะผลิตภาพยนตร์เอง 4 เรื่องถ่ายทำใกล้เสร็จแล้ว 2 เรื่อง และจะเปิดกล้องปีหน้าอีก 2 เรื่อง
ขณะที่ธุรกิจเพลงจะพัฒนาศิลปินไทย และเกาหลีเข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการเปิดตัวคลื่นวิทยุเฟรช 91.5 ส่วนธุรกิจสิ่งพิมพ์ยังคงเดินหน้าพัฒนาคอนเทนต์ของสิ่งพิมพ์ในเครือจำนวน 11 หัวอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับธุรกิจอินเทอร์เน็ตที่จะเพิ่มบริการใหม่ๆ ผ่านเว็บไซต์เอ็มไทย หรือโอเทลไทยแลนด์ดอทคอม ส่วนธุรกิจโมบาย จะเปิดแอพพลิเคชั่นใหม่เพิ่มเติม
นายซัง กล่าวต่อว่า ธุรกิจทีวี จะเป็นธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญมากที่สุดในปีหน้า เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี เห็นได้จากเรตติ้งที่ได้รับหลังออกอากาศไปเกือบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา บริษัททำเรตติ้งในกลุ่มทีวีดิจิทัลได้อันดับ 3 และเรตติ้งรวมอยู่อันดับ 7
“ปีหน้าบริษัทจะลงทุน 800 ล้านบาทในธุรกิจทีวี แบ่งเป็นลงทุนคอนเทนต์ 500 ล้านบาท อุปกรณ์และสตูดิโอ 300 ล้านบาท และขึ้นค่าโฆษณาจากนาทีละ 5,000 บาทเป็น 2.5 หมื่นบาท ซึ่งจะช่วยให้
รายได้รวมเพิ่มจากได้เท่าตัวจาก 1,500 ล้านเป็น 3,000 ล้านบาทในปีหน้า” นายซัง กล่าว







