posttoday
สั่งเบรกขึ้นค่าขนส่งเดินเรือ

สั่งเบรกขึ้นค่าขนส่งเดินเรือ

23 ธันวาคม 2557

พาณิชย์เบรกขึ้นขนถ่ายสินค้า ขู่ไม่ฟังงัดกฎหมายสู้ เล็งตั้งคณะทำงานสรุปปรับค่าบริการที่่เหมาะสม

พาณิชย์เบรกขึ้นขนถ่ายสินค้า ขู่ไม่ฟังงัดกฎหมายสู้ เล็งตั้งคณะทำงานสรุปปรับค่าบริการที่่เหมาะสม

นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้หารือกับตัวแทนบริษัทเดินเรือรายใหญ่ๆ 10 ราย เพื่อขอให้ชี้แจงกรณีที่สายเดินเรือประกาศขึ้นค่าภาระการขนถ่ายสินค้าหน้าท่า (เทอร์มินอลแฮนด์ลิ้งชาร์จ) ในอัตรา 60-70% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558 ซึ่งผู้แทนบริษัทเดินเรือไม่สามารถชี้แจงเหตุผลของการปรับขึ้นราคาได้อย่างชัดเจน จึงได้ขอให้บริษัทเดินเรือชะลอการปรับขึ้นค่าบริการดังกล่าวออกไป 60 วัน หรือเลื่อนไปเป็นหลังสิ้นเดือน ก.พ.ปีหน้า

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างนี้จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนจากกรมการค้าภายใน กรมศุลกากร การท่าเรือแห่งประเทศไทย บริษัทเดินเรือ สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) และสมาคมผู้นำเข้าและผู้ส่งออกระดับมาตรฐาน (AEO) เพื่อหาข้อสรุปถึงอัตราค่าภาระขนถ่ายสินค้าหน้าท่าที่เหมาะสมที่จะมีจัดเก็บภายใน 2 เดือน

“กรมได้แจ้งไปว่าอัตราที่เก็บถึง 60-70% ถือว่าสูงเกินไป และบางบริษัทเดินเรือได้ให้ข้อมูลด้านค่าใช้จ่ายที่ไม่ตรงกัน อาจทำให้การคิดอัตราค่าบริการที่เกิดขึ้นไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน อีกทั้งมีผู้ที่ได้รับผลกระทบร้องเรียนมา จึงได้แจ้งไปว่าหากทางบริษัทเดินเรือไม่ยอมชะลอ ก็คงต้องนำเข้าบัญชีบริการควบคุม ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งตัวแทนยินยอมตามข้อเสนอของกรมที่ให้ชะลอการปรับค่าบริการไปก่อน” นายสันติชัย กล่าว

แหล่งข่าวจาก สรท. เปิดเผยว่า การเพิ่มค่าบริการของสายการเดินเรือ 7 แห่ง ในอัตรา 60-70% ถือว่าไม่เหมาะสมและมีผลกระทบต่อต้นทุนผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ และจากการสอบถามการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ปรากฏว่า กทท.ไม่ได้มีการปรับเพิ่มค่าบริการใช้ท่ากับบริษัทสายการเดินเรือ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับค่าบริการในส่วนนี้

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า แนวโน้มการส่งออกอาหารแช่เยือกแข็งในกลุ่มสินค้าประมงในปี 2558 คาดว่าไทยจะสามารถส่งออกเป็นมูลค่า 1.3 แสนล้านบาท จากปี 2557 ที่มีมูลค่าส่งออก 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะการส่งออกกุ้งที่คาดว่าจะมีผลผลิต 3 แสนตัน และมีมูลค่าส่งออก 8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% ที่มูลค่าส่งออกกุ้งอยู่ที่ 6-7 หมื่นล้านบาท แต่ยังต่ำกว่าช่วงปีปกติที่ไม่มีการระบาดของโรคกุ้งตายด่วน ซึ่งไทยเคยส่งออกกุ้งได้ 1.7 แสนล้านบาท   

สำหรับการส่งออกสินค้าประมงที่มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ได้แก่ สินค้าทูน่าแปรรูป และหมึก โดยสาเหตุจากการขาดแคลนวัตถุดิบ เพราะไม่สามารถทำประมงในน่านน้ำพม่าและอินโดนีเซียได้

นายพจน์ ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงในการส่งออกสินค้าประมงปีหน้ามี 4 ประเด็น คือ 1.การขาดแคลนวัตถุดิบ 2.การซื้อสินค้าประมงที่ต้องมาจากการทำประมงที่ถูกกฎหมาย (IUU) 3.การถูกตัดสิทธิพิเศษจีเอสพีกุ้ง และ 4.ปัญหาที่ไทยถูกจัดอยู่ในบัญชี Tier 3 ซึ่งมีต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้าประมงจากไทย แต่ปัญหาน่าจะเบาบางลงหลังมีการออก พ.ร.บ.ประมง ที่มีการกำหนดข้อปฏิบัติด้านการขึ้นทะเบียนเรือและแรงงาน

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ