
บัวหลวงเอสเอ็มอีบุกนอก
บัวหลวงเอสเอ็มอี ประเมินธุรกิจปี 2558 สดใส ได้อานิสงส์รัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดันธุรกิจโตแรง
บัวหลวงเอสเอ็มอี ประเมินธุรกิจปี 2558 สดใส ได้อานิสงส์รัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ดันธุรกิจโตแรง
นายอยุทธ์ วิสิฐนรภัทร ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด บางกอกแสงไทย ในฐานะประธานชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี เปิดเผยว่า ในปี 2558 นี้ประเมินว่าภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นเมื่อเทียบกับปีนี้ เพราะรัฐบาลจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศหลายโครงการ ขณะที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยคงที่ ส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศและกำลังซื้อในประเทศ เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจเอสเอ็มอี
“ในปีหน้าเรามีความกังวลเรื่องการเมืองในประเทศ โดยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยากให้การเมืองมีเสถียรภาพและนิ่งที่สุด เพราะในปีหน้าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น ดังนั้นหากการเมืองมีเสถียรภาพ จะส่งผลให้ธุรกิจและเศรษฐกิจขยายตัวได้ดีขึ้น
ต่อเนื่อง” นายอยุทธ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ในปี 2558 ชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอีและธนาคารกรุงเทพ จะนำผู้ประกอบการไปร่วมจับคู่ทางธุรกิจ (แมตชิ่ง) กับผู้ประกอบการในประเทศมาเลเซีย เพื่อเปิดโอกาสหาเครือข่ายทางธุรกิจและขยายช่องทางสินค้าในอาเซียน และประเมินว่าในปีนี้ที่จะมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่จะสามารถขยายตลาดการค้าใหม่ๆ ไปในต่างประเทศ รวมถึงการหาคู่ค้าในอาเซียนได้เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอีและธนาคารกรุงเทพ ได้นำผู้ประกอบการไปร่วมจับคู่ธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนหลายประเทศ ทั้งประเทศมาเลเซีย ลาว พม่า เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งพบว่าการออกไปร่วมจับคู่ทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนประสบความสำเร็จ เพราะสามารถร่วมสร้างเครือข่ายและตลาดใหม่ โดยปัจจุบันชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอีมีเอสเอ็มอีที่เป็นสมาชิกมากกว่า 700 บริษัท
นายอยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแผนงานของบริษัทในปี 2558 จะขยายตลาดส่งออกใหม่ไปในต่างประเทศ ทั้งประเทศออสเตรเลีย ที่จะผ่านตัวแทนจำหน่าย เพราะเป็นตลาดที่มีการเติบโตดี จากปัจจุบันสัดส่วนยอดขายจะมาจากตลาดในประเทศ 95% และส่งออก 5% ตลาดส่งออกจะเป็นประเทศฟิลิปปินส์และไต้หวัน ทั้งนี้ประเมินว่ายอดขายในปี 2558 จะเติบโตมากกว่าปีนี้ ซึ่งบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อิฐและวัสดุทนไฟ







